แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คิดมาก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คิดมาก แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ไอเดีย มาจากไหน 4 วิธีการเรียกความคิดใหม่ๆ ให้บังเกิด!! 4 Ways How To get new Idea

เขียนโดย พีระพัฒน์ โตวรกุล
ใน http://toomanythink.blogspot.com/

          ความคิดไม่ใช่สิ่งที่บังคับกันได้จริงๆ หลายคนมีไอเดียดีๆ อยู่เสมอ ในขณะที่หลายๆ ก็จ้องใช้ตัวกระตุ้นซักหน่อยไอเดียดีๆ จึงจะเกิด ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ต้องการความแตกต่าง ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องการไอเดียแปลกใหม่สำหรับการสร้างสรรค์ด้วย ไม่ว่าจะไอเดียธุรกิจ ไอเดียการเขียนนิยาย ไอเดียการแต่งบ้าน ไอเดียวาดภาพ ไอเดียการเขียนหนังสือ ไอเดียการจัดงานวันเกิด หรือ อีกหลายต่อหลายสิ่งที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่บางที เราก็ไม่สามารถ คิดๆๆๆๆ ทุกอย่างได้ตลอดย่อมมีวันที่สมองน้อยๆ ของเรา หมดหนทางสร้างงานหรือ สิ่งใหม่ๆ ได้ วันนี้มาดู 5 วิธีจุดติดไฟให้สมองของเรากัน เผื่อไอเดียใหม่ๆ จะเกิดขึ้นบ้าง จะได้ไม่ต้องนั่งปวดหัวคิดมากกันครับ

1. สร้างไอเดียจากการต่อยอดหรือดัดแปลง วิธีนี้เป็นวิธีที่นักธุรกิจ หรือ นักสร้างสรรค์ใช้กันบ่อย เรามีอะไรอยู่แล้วในมือ และจะปรับปรุงพัฒนา หรือเพิ่มค่ามันอย่างไร

ขอลองยกตัวอย่างกัน ซักหน่อยครับ Facebook สิ่งๆ นี้คือ Social Network online ขนาดยักษ์ของโลกจริงหรือไม่ ผู้คนเข้ามาสัมพันธ์วนเวียน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้ง สาระ ไร้สาระ เรื่องทั่วไป เรื่องรักๆ ใคร่ และอีกมากมาย ทีนี้ ก็มีองค์กรคริสเตียน หัวใส หยิบเอา Facebook มาเป็นธีมในการ สร้างเครือข่ายของคริสเตียนขึ้นเพื่อน ประกาศศาสนาในแบบของเค้าโดยผ่านทั้ง0 Facebook และสร้างเว็บหน้าตาละม้ายกัน ได้ตั้งชื่อ Page ว่า Faithbook ถือว่าไม่เลวเลย เพราะได้กระแสมาพร้อมๆ กันด้วยเลย โดยงานแบบนี้ ผมเรียกว่าเป็นการ จับกระแสนะครับ ไม่ใช่ลอกเลียนแบบ และเป็นการดัดแปลงได้อย่างยอดเยี่ยมเลย แม้เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แต่ก็เกาะกระแสองค์กรธุรกิจแบบนี้ก็เจ๋งนะครับ

มาดู Facebook  กับ  Faithbook กัน

ความคิดสร้างสรรค์ความคิด สร้างสรรค์
การต่อยอดความคิดนั้น เราไม่จำเป็นต้องเอาความคิด หรือไอเดียของคนอื่นมาต่อยอดนะครับเราก็สามารถนำ ไอเดียของเรามาต่อยอดให้ดีได้ด้วย 
ตัวอย่างที่ดีคือ เจ้าของ สาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" คุณ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ (ต๊อบ)

ต่อยอดธุรกิจ

สรุปสั้นๆ ก็คือ ทีแรกเค้าทำธุรกิจ เฟรนชายเกาลัด แต่ได้นำ สาหร่ายทอดมาวางขาย ด้วยเป็นตัวเสริม แต่ดูแล้วสาหร่ายจะขายดีกว่า เขาก็ต่อยอดเอาสาหร่ายมาเป็นธุรกิจหลักแทน ครับ อยากอ่านเพิ่ม ที่นี่ครับ >>> http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9480000004118 ตอนนี้ GTH ก็นำไปทำหนังแล้วด้วย ติดตามชื่อเรื่อง ว่า วัยรุ่นพันล้าน สนใจก็เตรียมไปหาชมได้ครับ เห็นมั้ยครับ บางครั้งไอเดียก็อาจจะมาจาก ประสบการณ์ หรือ มันวิ่งเข้ามาหาเรา ขอแค่เรามองมันให้เป็นโอกาสเท่านั้นเองครับ


ผู้หญิงถึงผู้หญิง2. ไอเดียดีๆ บางครั้งก็อยู่ในกล่อง ไม่ได้หมายถึงกล่องกระดาษที่ปิดเทปกาวหรอกนะครับ กล่อง ที่กำลังพูดถึงคือ โทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ จอภาพยนตร์ จอหนังกลางแปลง บลาๆๆๆๆ ความจริงก็คือเปิดรับสื่อครับ ลองชมหรือดูอย่างพินิจพิเคราะห์ดูซักหน่อย หรือบางครั้งเวลาดูเวลาเห็นผ่านๆ ตาแต่เกิดไอเดียก็อย่าลืมจดเอาไว้ ไอรายการที่บางครั้ง เราเองก็มองว่า ไร้สาระ บางทีก็ก่อให้เกิดไอเดียได้เหมือนกัน บางครั้งเวลาที่เรามัวแต่นั่งครุ่นคิดอยู่ที่โต๊ะ ลองผ่อนคลายอารมณ์และ หาน้ำเย็นๆ นั่งดูจอกล่องพวกนี้ดูบ้างครับ บางทีความคิดดีๆ ก็แล่นออกมาได้เหมือนกัน หรืออีกวิธีคือลอง เปิดช่องที่ไม่เคยดู หรือ รายการที่ไม่เคยสนใจดูบ้างบางครั้ง เราก็อาจได้พบอะไรใหม่ๆ ก็เป็นได้ ผู้ชายก็ลองดูรายการผู้หญิงบ้าง ส่วนผู้หญิงก็ลองดู แข่งรถ ชกมวยบ้าง ไม่แน่อาจจะมีอะไรดีๆ แว๊บมาในความคิด


ไอเดีย3. ออกไปมองฟ้าและดาวที่กว้างใหญ่ วลีนี้เป็นความจริงครับ อุดอู้อยู่ในห้อง หรือมัวจมอยู่กับตัสเองมากเกินไป บางครั้งก็ทำให้เราวนเวียนอยู่กับความคิดซ้ำๆ ซากๆ นะ ลองเดินออกไปหน้าปากซอยดูบ้าง ไปดูผู้คนเดินฉับๆ ไปยืนบนสะพานลอยดูรถสวนกันเวลากลางคืน หรือ ขึ้นดอยไปดูดาว หาร้านกาแฟจิบ อ่านนู้นอ่านนี้ บางครั้งเราก็จะเจอ สิ่งที่เรากำลังหาอยู่ก็ได้(ไม่ใช่เนื้อคู่นะ ผมหมายถึงความคิด) ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ผมเคยคิดหาเงินรายได้เสริมซักหน่อย นั่งคิดอยู่นาน นั่งเสริทหาในเน็ตบ้างล่ะ คิดอยู่นานนมไอเดียก็พอมีนะครับ แต่วันนึ่งเดินไป ๆ ก็เกิดหิวครับ อยากกินข้าวซักหน่อย ก็ผ่านหน้าโรงเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง มีลูกชิ้น มีน้ำขาย แต่ก็ไม่มีข้าว นึกอยากกินไข่เจียว นั่นแหละ พบความต้องการของตัวเองและผู้อื่นจนได้ ปิดเทอมนั้น ก็เลยขายไข่เจียวครับ เอารถ โฟล์ก ออกไปขาย ขายดีนะขอบอก กำไรเยอะเชียว บางทีมันก็ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ แต่เราหามันไม่เจอเท่านั้นเอง Creative thinking บางทีก็เกิดได้ในบรรยากาศใหม่ๆ นะครับ

เด็ก สร้างสรรค์
4. ลองเปิดใจรับฟังไอเดียเด็กๆ ดูก็ดีเหมือนกัน เด็กๆ นั้นไร้เดียงสา ไม่มีประสบการณ์ ความคิดของเขาจึงเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และบางครั้งเรื่องของความคิดก็เป็นแบบนั้น เรียบง่ายแต่ดี และทรงประสิทธิภาพ คำถามบางอย่าง หรือความคิดบางอย่างผู้ใหญ่ถูกตีกรอบไว้แล้ว ถามยังไงก็ตอบแทบจะเหมือนกันหมด แต่เด็กอาจจะตีความ และให้คำตอบคุณได้อย่างประหลาด และหลายๆ ครั้งไอเดียเหล่านั้นก็สุดบรรเจิค และสร้างสรรค์ได้อย่างเกิน ความคาดหมาย ความคิดของเด็กๆ นั้น ตจึงเป็นสิ่งมีค่า เป็นของใหม่เสมอ ต่างกับผู้ใหญ่ที่หลายครั้ง คิดแต่วิธีการ หรือ เรื่องเดิมๆ เก่าๆ


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 4 วิธีเรียกความคิดสร้างสรรค์ ให้กับตัวคุณ หวังว่าคงจะถูกใจกันไม่มาก ก็ม๊ากมาก หุหุ เพราะเรา อยากให้คุณมีความคิดดีๆ เราจึงนำมาแบ่งปันกันครับ ลองทำตามได้ผลไม่ได้ผลยังไง ก็แชร์กันได้ครับ

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

มีมั้ย??...วิธีไม่คิดมาก

ความคิดนี่เป็นกระบวนการที่ว่องไวมากเลยนะครับ

เราตอบสนองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความคิดแบบไหนนั้น ก็เพราะกระบวนการดังต่อไปนี้ - ทันทีที่ ประสาทสัมผัส(หู ตา จมูก ปาก กายสัมผัส) รับรู้สิ่งเร้า...ก็จะแปลความหมาย แล้วส่งไปตามเส้นประสาท เข้าสู่สมอง สมองก็ตีความออกมา เป็นความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อสิ่งต่างๆ ที่ได้สัมผัสนั้น ซะแล้ว ถ้าเป็นความรู้สึกร้อน-เย็น, เหม็น-หอม นี่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเรื่อง ที่ปวดหัวคนเรา ก็เพราะหัวกะบาลมันตีความตาม ทัศนะคติและประสบการณ์ ออกเป็นเรื่องที่คิดมากเกินไป แล้วจะแก้ได้ยังไง นี้เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเท่านั้น ความคิดยังเกิดจากประสบการณ์เบื้องหลังอีก และหลายครั้งเกิดจาก Stereotypes หรือ การคิดแบบตายตัวอีก เช่น ฝรั่งรวย คนแขกตัวเหม็น คนใต้ดุ เขยไทยขี้เกียจ พวกนี้มันความคิดที่ตีตรา ลวงโลกทั้งนั้นเลย

           มีมั้ย??...วิธีไม่คิดมาก คุณเคยมั้ยที่มีอาการคิดมากไปเอง ...เช่น คุณได้ร่วมงานกับคนแปลกหน้า ขณะที่พบกันครั้งแรก คุณจับมือกับเขา แล้ว สบตากัน ดวงตาของคุณสังเกตเห็นว่า เขา ยิ้มที่มุมปากอย่างไม่เป็นมิตร ดวงตา ส่ง ข้อความ ไปตีความที่สมองเรียบร้อยแล้ว คุณรู้สึกไม่สบายใจ และคิดว่า คนๆ นี้ อาจไม่น่าไว้ใจ อึดอัดมากทำงานกับเค้าตั้งนานสุดท้าย เค้าก็แค่คน หน้าดุคนนึง คิดมากจนจะกลายเป็นโรคคิดมากกันไปอยู่แล้วคนสมัยนี้

           หรือ คุณโทรไปหาแฟน เธอพูดห้วนกับคุณ อย่างที่คุณไม่คุ้น คุณได้ฟัง และรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป??? แต่ความจริง  คุณโทรไปขณะที่เธอกำลังยุ่ง หรือคุณอ่านข่าว น้ำแข็งขั้วโลกละลาย คุณนั่งกังวล 3 วัน 7 วัน ว่าโลกกำลังจะถึงกาลอวสานจนทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง???

          มีคำถาม ถามกันบ่อย ทำไงดี ผมเป็นคนคิดมาก
คำถาม ที่ คนคิดมากควร ถามตัวเองกลับก็คือ คุณคิดมากทุกเรื่องรึเปล่า หรือบางเรื่อง ครับ

          สำหรับคนชอบคิดมาก และหาวิธีไม่คิดมากนั้น ผมอยากบอกว่า ทำไมได้หรอกครับ

          เพราะอะไร เพราะยิ่งคุณๆ ไม่อยากคิด คุณก็จะยิ่งคิดครับ มันจะมีอะไรต่อมิอะไร พุ่งออกมาจากหัวสมองเยอะไปหมด ภายในไม่กี่วินานาที เช่น ทำไงดีฉันคิดมากไป ทำยังไงให้คิดน้อยลงนะ มันต้องมีวิธีสิ หาในอินเตอร์เน็ตจะมีมั้ย เอ๊ะ เคยอ่านเจอในหนังสือเค้าบอกว่า...บลาๆๆๆ นั่นไงครับ ยิ่งคิดยิ่งมาเยอะ ความคิดคนเรานี่ก็แปลก

วันนี้ เราจะ มาเสนอ วิธี คิดเท่าเดิม แต่เพิ่มประสิทธิภาพกันครับ 

1. คิดบวกดูดี และสบายใจ 
          ลองเปลี่ยนจากคำว่า  คิดมาก...วิตก...สับสน   มาเป็น    คิดเยอะ ...วิเคราะห์ ...สร้างสรรค์

คำ 2 ชุดนี้แตกต่างกันอย่างไรครับ ชุด ที่ 1 เป็นคำด้านลบ ฟัง แล้ว ดูหดหู่ ห่อเหี่ยวเหมือนเกี๊ยวซ่า แช่น้ำซุป ส่วนอีกชุด ความหมายคล้ายกัน มีบางคำที่สะกดด้วยอักษรใกล้เคียง แต่ฟังแล้วสดชื่นกว่ากัน เหตุการณ์เดิมครับ แต่เป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ ในอีกมุมมอง ทุกอย่างไม่ได้มีแค่ด้านเดียวครับลองมองต่างมุมดูครับ

ดังนั้นไม่ว่าเจอสถานะการณ์ใดๆ ให้คุณๆ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ สถานะการณ์นั้นครับ เชื่อเถอะครับถ้าเรามองมันเสียใหม่อะไรๆ ก็จะดีขึ้นครับ

ตัวอย่างที่ดี ::: คือ สตีป จ๊อบ เจ้าแห่งนวตกรรม แบรนด์ APPLE นั้นแหละครับ เค้าก่อนตั้ง บริษัท APPLE Inc. ตั้งแต่ยังอยู่วัยเรียน ดูแลจนกิจการเติบโต วันหนึ่งได้ตัดสินใจเพิ่มทุนโดยการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ และเมื่อเข้าตลาด ก็มีผู้ถือหุ้น และ เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็น CEO บริหารบริษัทซึ่งเขาก่อตั้ง แต่วันหนึ่ง เขาถูก ไล่ออกจากบริษัท ของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ คิดมาก...วิตก...สับสน  จิตตกไปครับสุดท้ายเขาก็ ยืนหยัดใหม่โดยเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างอะไรใหม่ๆ เขาจึงตั้งบริษัท PIXAR (ที่ทำการ์ตูน 3D นั่นแหละครับ) ขึ้นมา และสุดท้ายก็ตั้งตัวได้ใหม่ และได้กลับเข้ามา บริหาร APPLE อีก และ ทำให้เกิดอะไรต่อมิอะไรดีๆ ให้คนทั้งโลกได้ใช้ จากความคิดที่ คิดเยอะ ...วิเคราะห์ ...สร้างสรรค์ ของเขานั่นเอง

"อย่าพยายามคิดในสิ่งที่จะทำร้ายตัวคุณเอง จงเอาเวลาที่คิดสิ่งนั้นไปคิดในสิ่งที่ดีกว่า และเกิดประโยชน์กว่า แค่เปลี่ยนวิธีการคิดชีวิตก็เปลี่ยน"


2. เบนเข็มความคิดออกจากความคิดเดิมๆ ที่ซ้ำเติมคุณอยู่
           คนที่จมอยู่กับความคิดเก่าๆ ไม่สามารถสลัด ความกังวลออกไปได้ สุดท้ายจะมีสภาพไม่ต่างจาก การจมปลักโคลนแห่งความท้อแท้ใจ อย่ามัวปล่อยตัวปล่อยเวลาเวียนว่ายอยู่ในบ่อโคลนเน่าๆ นั้นครับ ลองหากิจกรรม อื่นๆ ทำ หรือโฟกัสไปที่ สิ่งที่มีประโยชน์

- ลองหา คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และหากิจกรรมทำร่วมกับเขา
- หากิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น อ่านหนังสือ
- เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ การทำสิ่งใหม่ๆ จะทำให้ ชีวิตสดชื่น คุณจะโฟกัสที่มัน และ ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ เหล่านั้นมากกว่า

3. อย่าหาคนรับผิดชอบความคิดของคุณ!!
            หลายคนตกเป็นจำเลยความคิดของตัวเอง หรือไม่ก็พยายามหา แพะ มารับบาป เช่น เพราะเธอทำแบบนี้บ่อยๆ ฉันจึงอารมณ์เสีย เป็นความผิดของเขา หรือ เป็นเพราะโชคชะตาฟ้าดิน แต่ให้ทำความเข้าใจเบื้องหลังของบุคคล ที่ทำให้เขาหรือเธอ หรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ โดยไม่พุ่งเป้าที่ตัวบุคคล และคุณเองเท่านั้นที่จะต้องเป็นฝ่ายจัดการกับความคิดของคุณ ไม่ใช่คุณโทษตัวเอง แต่ให้คุณทำใจให้กว้างและปล่อยวางต่างหาก


อย่างไรก็ดีครับ ความคิดเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องที่บริหารกันได้ "ความสุขหรือความทุกข์ห่างกันแค่เส้นกั้นบางๆ ก็คือเส้นกั้นทางความคิดนี่แหละครับ" 


ไม่อย่างงั้น โบราณท่านจะว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจอย่างนั้นเหรอครับ คิดดีมีความสุข ก็สุขแท้เหมือนสวรรค์ คิดมากวุ่นวายพันลวัน ก็เหมือนฝันว่าตกนรกอยู่ร่ำไป เลิกคิดมาก และมาคิดเยอะในสิ่งที่สร้างสรรค์กันดีกว่าครับ ^^

ยินดีต้อนรับสู่ Too Many Think บล๊อกวุ่นวายของคนคิดเยอะ+++

ทักทาย สบายๆ สไตล์ Too Many Think+++

          สวัสดีครับ พี่น้องชาวไทย ก็ขอกราบสวัสดีงามๆ แก่ผู้ที่เข้ามาอ่านบล๊อกแห่งนี้นะครับ ไม่มีอะไรมาก วันนี้ฝนตกฟ้าครึ้ม ก็เลยคิดมากนึกครึ้มอยากเขียนบล๊อกขึ้นมา พอความคิดสร้างสรรค์เริ่มเกิด ไอเดียก็บรรเจิดทันใด เปิดคอมลงมือ สมัครแล้วจะลงมือเขียนเลย แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นตามมาเพราะ ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไร ไอ้เราก็ไม่ใช่ ท่าน เทพ EXPERT ที่ไหน เป็น เด็กไทยกินข้าวเหนียว ธรรมดา คิดไปคิดมาก็เลย พบทางออกว่า อ้อ นี่เราคิดมากไป Too Many Think สุดๆ ก็ ทำบล๊อก เขียน Many Things ไปเลย ไม่ต้อง Something แบบ expert ก็ได้ ก็เขียนงูๆ ปลาๆ หรือเรื่องนานา(ไร้)สาระไปนั้นแหละ เรื่องที่ถนัดก็เขียนยาวหน่อย เรื่องที่ไม่ถนัดก็ เขียนตามความเข้าใจตามความรู้สึกไป คิดยังไงก็เขียนอย่างงั้น เหมือนเป็นการเล่นสู่กันฟังก็แล้วกัน อย่างไรก็ดี รับรองว่า หลากหลาย วาไรตี้สุดๆ แน่นอน

โม้มาซะยาวเลย โม้เสร็จก็เลยเมื่อยนิ้วน่าดู เดี๋ยวคงต้องไป ส่องดูก่อนว่า จะมีอะไรมาเขียนมาเล่าก็แล้วกัน สำหรับตอนนี้ก็ทักทายกันเล่นๆ ไปก่อน ยังไม่ทันไร ก็ มี คนเข้ามาดู 2 คนแล้วฮอตจริงๆ คนแรกก็คือ คนเขียนนั่นเองไม่ใช่ใคร ส่วนอีกคน ก็คงเป็น Bot ของกูเกิ้ลละมั้ง 5555++++ ไปก่อนดีกว่า รู้สึกแปลกๆ พิกล ^^

"มองโลกบวก ชีวิตก็บวก"

บทความที่ได้รับความนิยม