แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความคิด แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

5 ประโยชน์ของรอยยิ้ม ที่จะทำให้ชีวิตคุณ ดี๊ดี


 Advertisement

            เพราะ Too Many Think เชื่อว่า "รอยยิ้ม ทำให้โลกนี้สดใจ ยิ้มสิ ละลายความเครียดได้" การยิ้มมีพลังพิเศษ เวลามีความสุขคนเรามักจะยิ้มออกมา รอยยิ้มทำให้โลกดูสดใสเสมอ รอยยิ้มยังมีประโยชน์กว่าแค่ความใช้แสดงรู้สึกมีความสุขออกมาเท่านั้นนะ วันนี้มาดูกันว่ารอยยิ้มทำอะไรได้บ้าง และจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้อย่างไรกัน?


1. รอยยิ้มมีพลังและเปี่ยมเสน่ห์ 

            บางคนหน้าตาสวยหล่อ จะหน้าบึ้งหรือ หน้าตานิ่งๆ ก็ดูดีมีเสน่ห์ แต่คุณเชื่อหรือไม่?  บางคนเวลายิ้มแล้วมีเสน่ห์มากๆ อาจทำให้คนธรรมดา กลายเป็น คนน่ารัก เปี่ยมเสน่ห์ไปเลย ที่สำคัญเสน่ห์ที่สร้างจากรอยยิ้ม มีพลังพิเศษมากว่าสิ่งใด เพราะมันมีพลังดึงดูด และ ส่งพลังแห่งความสุขออกไปได้ นั่นไม่แปลกที่เวลาที่เราเห็นคนยิ้ม เราจะ ยิ้มตาม

2. รอยยิ้มทำให้คุณน่าคบหา

             ไม่มีใครอยากคุย หรืออยู่ใกล้กับคนหน้าบูดเหมือนตูดลิงหรอกจริงมั้ย? เวลาที่คุณพูดกับใครแล้วเขา ทำหน้าตาไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก เป็นใครก็อยากเบือนหน้าหนี แต่กับคนที่ยิ้มแย้ม คนที่มีน้ำใจไมตรี อัธยาศัยดี ไม่ต้องคิดให้มาก เป็นใครก็อยากเข้าหา อยากเข้าใกล้ทั้งนั้นแหละดี๊ดี

3. รอยยิ้มมีพลังของการคิดบวกทำให้โลกสดใส

              ในโลกที่มีแต่ความบึ้งตึง มองไปทางไหนก็มีแต่ความเครียด ผู้คนหน้าตาหม่นหมองอารมณ์ขุ่นมัว บรรยากาศรอบตัวเรา ดูยังไงก็น่าเบื่ออึมครึม ลองคิดภาพ คนเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ซักแห่ง หรือ สถานที่ไหนซักที่ ในที่ๆ ทุกคนต่างสนใจแต่สิ่งที่อยู่หน้าตัวเอง และ หน้าตาบึ้งตึงดู ทันทีที่มีหนึ่งคนยิ้มมาที่คุณมันจะทำให้โลกสดใสมากเพราะพลังแห่งการคิดบวก จะเปล่างออกมาจากคนนั้น เป็นใครก็อยากยิ้มตอบ เป็นใครก็รู้สึกสดใสขึ้นมาได้ทั้งนั้น ยิ้มก่อนโลกสดใสก่อน

4. รอยยิ้มสะกดใจจนใครก็หลงไหล

              แค่เจอเธอยิ้มใจก็ละลาย คำนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะรอยยิ้มนั้นทำให้คนที่เห็นรู้สึกดี แม้กระทั่งคนที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้อื่น หรือ พนักงานขาย ก็ยังต้องอาศัยรอยยิ้มใจการสะกดใจคน รอยอ้มมีพลัง สามารถสร้าง First impression หรือ ความประทับใจเมื่อแรกพบ สามารถทำคะแนนในความสัมพันธ์กับบุคลลอื่น หรือ ช่วยให้ การเจรจา การขาย หรือ การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

5. รอยยิ้ม ใช้แก้ไขปัญหา และทะลายกำแพงแห่งความสัมพันธ์ 

              บางความสัมพันธ์อาจมีกำแพง อาจมีปัญหาบางอย่าง หรือ ความห่างเหิน ทำให้คนบางคนไม่กล้าพูดคุยกัน ความหวั่นเกรงมันเกิดขึ้นได้เอง ทั้งเพราะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น หรือ อาจเกิดขึ้นเองเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกไปคนเดียว บางครั้งเมื่อไม่ได้เจอกันนานๆ เช่นเพื่อนเก่า ที่ห่างหายกันไปเจอกันให้ห้าง หรือ คู่รักที่พึ่งทะเลาะกัน หรือ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกต่อกันไม่ติด เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีรอยยิ้มออกมา บทสนทนาดีๆ ก็อาจจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง กำแพงความรู้สึกที่ขวางกั้น ก็จะถูกทำลายลงด้วยรอยยิ้ม :)


ปิดท้ายกันด้วย 'เพลง รักยิ้ม' ของสาวๆ วง Apple Girl Band ที่จะทำให้คุณยิ้มไม่หุบ ไม่ต้องคิดมาก ฟังเลย ดี๊ดี ;)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลย เหอะ ^^


เพลง : โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)


          เนื่องจากกระแสปลาไหล กำลังมาแรงครับ เจ้า ปลาไหลนี้ไม่ใช่ ลัทธิใหม่หรืออะไรนะครับ มาจาก แอ๊บพิเคชั่นของเว็บของชาวญี่ปุ่น ครับ ซึ่งคนไทยก็ให้ ความนิยมเล่นกันมาก หลายๆ คนอาจกำลัง เห็นว่าเพื่อนๆ ของท่านกำลังกลายร่างเป็นปลาไหลกัน แล้ววันนนี้ ก็มี เพลง จาก คุณ  SaiSanimRecords ในยูทูป มาให้ฟังกันครับ เป็นเพลง ที่ฟังเพลิน สนุกใช่เล่นเลยทีเดียว วันนี้เอา VDO เพลง มาฝากพร้อมเนื้อเพลงเลยครับ




เพลง : โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)
คำร้อง+ทำนอง+ดนตรี : จอนนี่ สายสนิม


Dmaj7 Dm7
*ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
C#m7 F#
ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
Bm7 E Amaj7
ปลาไหล โอ้! ปลาไหล

Bm7 C#m7
มันมาได้ยังไง ฉันไม่เห็นเข้าใจ
Bm7 Amaj7
เพื่อนของฉันเปลี่ยนไป กลายร่างเป็นปลาไหล?
Bm7 C#m7
ใครเป็นใครไม่รู้ รู้แต่เห็นปลาไหล
Bm7 Amaj7
หรือว่ามันเป็น ลัทธิใหม่?

(คอร์ดที่เหลือ วนเหมือนเดิมครับ)

**สาวกปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
ปลาไหล โอ้! ปลาไหล

(*)

มันมาได้ยังไง ฉันไม่เห็นเข้าใจ
เพื่อนของฉันเปลี่ยนไป กลายร่างเป็นปลาไหล?
ใครเป็นใครไม่รู้ รู้แต่เห็นปลาไหล
หรือว่ามันเป็น ลัทธิใหม่?

(**,*)

*** ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
โอ้! ปลาไหล

(***)

......

ท่านใดฟังแล้วเป็นทุกข์ หรือเกิดความรู้สึกไม่ดี ก็ขอโหสิกรรมให้ด้วยนะครับ
แต่ถ้าฟังแล้วเป็นสุข ผมก็ยินดีที่เพลงนี้ได้สร้างรอยยิ้มให้คุณนะครับ ^ ^


วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ไอเดีย มาจากไหน 4 วิธีการเรียกความคิดใหม่ๆ ให้บังเกิด!! 4 Ways How To get new Idea

เขียนโดย พีระพัฒน์ โตวรกุล
ใน http://toomanythink.blogspot.com/

          ความคิดไม่ใช่สิ่งที่บังคับกันได้จริงๆ หลายคนมีไอเดียดีๆ อยู่เสมอ ในขณะที่หลายๆ ก็จ้องใช้ตัวกระตุ้นซักหน่อยไอเดียดีๆ จึงจะเกิด ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ต้องการความแตกต่าง ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องการไอเดียแปลกใหม่สำหรับการสร้างสรรค์ด้วย ไม่ว่าจะไอเดียธุรกิจ ไอเดียการเขียนนิยาย ไอเดียการแต่งบ้าน ไอเดียวาดภาพ ไอเดียการเขียนหนังสือ ไอเดียการจัดงานวันเกิด หรือ อีกหลายต่อหลายสิ่งที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่บางที เราก็ไม่สามารถ คิดๆๆๆๆ ทุกอย่างได้ตลอดย่อมมีวันที่สมองน้อยๆ ของเรา หมดหนทางสร้างงานหรือ สิ่งใหม่ๆ ได้ วันนี้มาดู 5 วิธีจุดติดไฟให้สมองของเรากัน เผื่อไอเดียใหม่ๆ จะเกิดขึ้นบ้าง จะได้ไม่ต้องนั่งปวดหัวคิดมากกันครับ

1. สร้างไอเดียจากการต่อยอดหรือดัดแปลง วิธีนี้เป็นวิธีที่นักธุรกิจ หรือ นักสร้างสรรค์ใช้กันบ่อย เรามีอะไรอยู่แล้วในมือ และจะปรับปรุงพัฒนา หรือเพิ่มค่ามันอย่างไร

ขอลองยกตัวอย่างกัน ซักหน่อยครับ Facebook สิ่งๆ นี้คือ Social Network online ขนาดยักษ์ของโลกจริงหรือไม่ ผู้คนเข้ามาสัมพันธ์วนเวียน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้ง สาระ ไร้สาระ เรื่องทั่วไป เรื่องรักๆ ใคร่ และอีกมากมาย ทีนี้ ก็มีองค์กรคริสเตียน หัวใส หยิบเอา Facebook มาเป็นธีมในการ สร้างเครือข่ายของคริสเตียนขึ้นเพื่อน ประกาศศาสนาในแบบของเค้าโดยผ่านทั้ง0 Facebook และสร้างเว็บหน้าตาละม้ายกัน ได้ตั้งชื่อ Page ว่า Faithbook ถือว่าไม่เลวเลย เพราะได้กระแสมาพร้อมๆ กันด้วยเลย โดยงานแบบนี้ ผมเรียกว่าเป็นการ จับกระแสนะครับ ไม่ใช่ลอกเลียนแบบ และเป็นการดัดแปลงได้อย่างยอดเยี่ยมเลย แม้เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แต่ก็เกาะกระแสองค์กรธุรกิจแบบนี้ก็เจ๋งนะครับ

มาดู Facebook  กับ  Faithbook กัน

ความคิดสร้างสรรค์ความคิด สร้างสรรค์
การต่อยอดความคิดนั้น เราไม่จำเป็นต้องเอาความคิด หรือไอเดียของคนอื่นมาต่อยอดนะครับเราก็สามารถนำ ไอเดียของเรามาต่อยอดให้ดีได้ด้วย 
ตัวอย่างที่ดีคือ เจ้าของ สาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" คุณ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ (ต๊อบ)

ต่อยอดธุรกิจ

สรุปสั้นๆ ก็คือ ทีแรกเค้าทำธุรกิจ เฟรนชายเกาลัด แต่ได้นำ สาหร่ายทอดมาวางขาย ด้วยเป็นตัวเสริม แต่ดูแล้วสาหร่ายจะขายดีกว่า เขาก็ต่อยอดเอาสาหร่ายมาเป็นธุรกิจหลักแทน ครับ อยากอ่านเพิ่ม ที่นี่ครับ >>> http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9480000004118 ตอนนี้ GTH ก็นำไปทำหนังแล้วด้วย ติดตามชื่อเรื่อง ว่า วัยรุ่นพันล้าน สนใจก็เตรียมไปหาชมได้ครับ เห็นมั้ยครับ บางครั้งไอเดียก็อาจจะมาจาก ประสบการณ์ หรือ มันวิ่งเข้ามาหาเรา ขอแค่เรามองมันให้เป็นโอกาสเท่านั้นเองครับ


ผู้หญิงถึงผู้หญิง2. ไอเดียดีๆ บางครั้งก็อยู่ในกล่อง ไม่ได้หมายถึงกล่องกระดาษที่ปิดเทปกาวหรอกนะครับ กล่อง ที่กำลังพูดถึงคือ โทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ จอภาพยนตร์ จอหนังกลางแปลง บลาๆๆๆๆ ความจริงก็คือเปิดรับสื่อครับ ลองชมหรือดูอย่างพินิจพิเคราะห์ดูซักหน่อย หรือบางครั้งเวลาดูเวลาเห็นผ่านๆ ตาแต่เกิดไอเดียก็อย่าลืมจดเอาไว้ ไอรายการที่บางครั้ง เราเองก็มองว่า ไร้สาระ บางทีก็ก่อให้เกิดไอเดียได้เหมือนกัน บางครั้งเวลาที่เรามัวแต่นั่งครุ่นคิดอยู่ที่โต๊ะ ลองผ่อนคลายอารมณ์และ หาน้ำเย็นๆ นั่งดูจอกล่องพวกนี้ดูบ้างครับ บางทีความคิดดีๆ ก็แล่นออกมาได้เหมือนกัน หรืออีกวิธีคือลอง เปิดช่องที่ไม่เคยดู หรือ รายการที่ไม่เคยสนใจดูบ้างบางครั้ง เราก็อาจได้พบอะไรใหม่ๆ ก็เป็นได้ ผู้ชายก็ลองดูรายการผู้หญิงบ้าง ส่วนผู้หญิงก็ลองดู แข่งรถ ชกมวยบ้าง ไม่แน่อาจจะมีอะไรดีๆ แว๊บมาในความคิด


ไอเดีย3. ออกไปมองฟ้าและดาวที่กว้างใหญ่ วลีนี้เป็นความจริงครับ อุดอู้อยู่ในห้อง หรือมัวจมอยู่กับตัสเองมากเกินไป บางครั้งก็ทำให้เราวนเวียนอยู่กับความคิดซ้ำๆ ซากๆ นะ ลองเดินออกไปหน้าปากซอยดูบ้าง ไปดูผู้คนเดินฉับๆ ไปยืนบนสะพานลอยดูรถสวนกันเวลากลางคืน หรือ ขึ้นดอยไปดูดาว หาร้านกาแฟจิบ อ่านนู้นอ่านนี้ บางครั้งเราก็จะเจอ สิ่งที่เรากำลังหาอยู่ก็ได้(ไม่ใช่เนื้อคู่นะ ผมหมายถึงความคิด) ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ผมเคยคิดหาเงินรายได้เสริมซักหน่อย นั่งคิดอยู่นาน นั่งเสริทหาในเน็ตบ้างล่ะ คิดอยู่นานนมไอเดียก็พอมีนะครับ แต่วันนึ่งเดินไป ๆ ก็เกิดหิวครับ อยากกินข้าวซักหน่อย ก็ผ่านหน้าโรงเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง มีลูกชิ้น มีน้ำขาย แต่ก็ไม่มีข้าว นึกอยากกินไข่เจียว นั่นแหละ พบความต้องการของตัวเองและผู้อื่นจนได้ ปิดเทอมนั้น ก็เลยขายไข่เจียวครับ เอารถ โฟล์ก ออกไปขาย ขายดีนะขอบอก กำไรเยอะเชียว บางทีมันก็ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ แต่เราหามันไม่เจอเท่านั้นเอง Creative thinking บางทีก็เกิดได้ในบรรยากาศใหม่ๆ นะครับ

เด็ก สร้างสรรค์
4. ลองเปิดใจรับฟังไอเดียเด็กๆ ดูก็ดีเหมือนกัน เด็กๆ นั้นไร้เดียงสา ไม่มีประสบการณ์ ความคิดของเขาจึงเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และบางครั้งเรื่องของความคิดก็เป็นแบบนั้น เรียบง่ายแต่ดี และทรงประสิทธิภาพ คำถามบางอย่าง หรือความคิดบางอย่างผู้ใหญ่ถูกตีกรอบไว้แล้ว ถามยังไงก็ตอบแทบจะเหมือนกันหมด แต่เด็กอาจจะตีความ และให้คำตอบคุณได้อย่างประหลาด และหลายๆ ครั้งไอเดียเหล่านั้นก็สุดบรรเจิค และสร้างสรรค์ได้อย่างเกิน ความคาดหมาย ความคิดของเด็กๆ นั้น ตจึงเป็นสิ่งมีค่า เป็นของใหม่เสมอ ต่างกับผู้ใหญ่ที่หลายครั้ง คิดแต่วิธีการ หรือ เรื่องเดิมๆ เก่าๆ


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 4 วิธีเรียกความคิดสร้างสรรค์ ให้กับตัวคุณ หวังว่าคงจะถูกใจกันไม่มาก ก็ม๊ากมาก หุหุ เพราะเรา อยากให้คุณมีความคิดดีๆ เราจึงนำมาแบ่งปันกันครับ ลองทำตามได้ผลไม่ได้ผลยังไง ก็แชร์กันได้ครับ

วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

ของขวัญแปลกๆ แปลกดีไม่เหมือนใคร!!~


ความคิดสร้างสรรค์ กับของขวัญแปลกๆ
Too many think วันนี้ ขอเสนอ ของขวัญล้ำๆ สวยงามแปลกตาครับ สุดยอด ความคิดสร้างสรรค์ ของวันนี้เกิดขึ้นเพราะ เรื่องมันมีอยู่ว่าขณะที่ผม กำลัง search ดูวีดีโอ สัตว์แปลกๆ ครับ เพราะมี FW Mail มาถึงเป็นเรื่องสัตว์แปลกๆ แต่ เสริทไปเสริทมา ไม่รู้พิมอะไรผิด ก็เลยไปเจอของแปลก เป็นของขวัญที่แม่ค้าของวัญเค้าโพสไว้ในเว็บบอร์ดเว็บนึงครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาให้ดูว่ามันก็แปลกๆ ดี แถมของขวัญบางชิ้น ดูดี ดูเก๋ครับ อย่างเช่น ที่ทำย้ำแข็งรูปกีตาร์นี่ เท่ ชะมัดยากเลยครับ ดูกันเพลินๆ ไม่ต้องใช้ความคิดมากนะครับ อิอิ

ชิ้นนี้เป็น นาฬิกาวิ่งได้ครับ เห็นมั้ยเอ่ยว่ามันมีล้อ สงสัยว่าเวลาปลุก แล้วมันจะวิ่งไปทั่วห้องให้เรากดไม่ได้แน่ๆ เลย กว่าจะกดหยุดมันได้ก็คงตื่นเต็มตาแล้ว แหละนะ


อันนี้เป็นโมเดลใส่รูป Super Star (เค้าว่าอย่างงั้ยนะครับ) ที่แน่ๆ มีเจม บอร์นกับ มาลินริน มอนโรว์

นี่เป็นเจ้าตัวน่าชังครับ หมีแพนด้า สุดที่รักของคนไทยเวลานี้(หมีแพนด้าจะกลายเป็นสัตว์คู่ชาติอยู่แล้ว)


เค้าว่ากันว่า แก้วนี้ บอกอุณหภูมิได้ครับ ฮ่าๆๆๆๆ



ส่วนอันนี้ผมว่าน่าสนใจครับ ถาดทำน้ำแข็งรูปกีตาร์ เท่ไม่หยอกเลยทีเดียว


ก็เป็น ของขวัญแปลกๆ ที่ดูดีดูเท่ หลากหลายชิ้นนะครับ ก็นำมาให้ดู ประดับสมองครับ แวะไปเจอมาก็เลยเก็บมาฝากกัน
ของขวัญเดี๋ยวนี้ก็มีแปลกๆ อีกเยอะเลยครับคนเรานี่ช่างค้น ช่างสรรหาจริงๆ ความคิดสร้างสรรค์เยอะ เลยว่ามั้ยครับ ? ^^


ที่มามาจากลิงค์นี้นะครับ :::http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/589200





วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ความคิดสร้างสรรค์ คือ อะไร??? ใครก็ได้ช่วยบอกที

What is Creative thinking?                                                             


วิธีการสร้างองค์ความรู้ความคิดในโลกนี้ มี ด้วยกัน 3 แบบ

1.คิดแต่เรื่องเดิมเดิม เรียก คิดตาม เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น
2.คิดแต่เรื่องใหม่ๆ เรียก คิดต่าง ใครเขาทำอะไร อย่าไปทำอย่างนั้น
3.คิดว่าจะนำเรื่องเดิมมาเพิ่มเติมให้ดีขึ้นได้อย่างไร? เรา เรียก คิดต่อยอด

3 ความคิดนี้ดี ทุกแบบ การคิดตาม ทำให้เกิด วัฒนธรรมอันดี คิดต่างทำให้เกิด นวัตกรรมใหม่ๆ คิดต่อยอดทำให้ เกิดการผสมผสานและทวีคูณความรู้

หาก คิดแต่เรื่องเดิมๆ ก็ไม่เกิดสิ่งใหม่ หาก คิดเรื่องไม่ คิดต่างแต่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่สร้างสรรค์ 


เกริ่นมาซะยาว และความคิดสร้างสรรค์ละ??? อยู่ตรงไหน???
อยู่ตรงนี้ >>>> ความคิดสร้างสรรค์(Creative thinking)

ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์ คือ "ความคิดอันเกิดจากกระบวนการคิดของมนุษย์ที่เป็นผลจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์จนเกิดเป็นความรู้ หรือสิ่งใหม่ ที่แตกต่างจากเดิมและสามารถก่อให้เกิดประโยชน์จากการนำความคิดนั้นไปใช้คิดค้นและสร้างสิ่งใหม่ได้" (พีระพัฒน์ โตวรกุล)

คิดสร้างสรรค์หรือ

"ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่..."   (สุพัตรา ทาวงศ์)







คำว่าความคิดสร้างสรรค์ มาจาก 2 คำว่า

คำว่าสร้าง = ก่อให้เกิดสิ่งใหม่
+
คำว่าสรรค์ = ก็แปลว่า สร้างเหมือนกัน

สร้างสรรค์ เป็นคำซ้อน แปลว่า สร้างให้เกิดสิ่งใหม่ พ้องเสียงกับคำว่า สรร ที่แปลว่า "สรร" ซึ่งแปลว่า  เลือก, หา 
ซึ่ง กลายเป็นคำว่า สรรสร้าง นั่นเอง

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

มีมั้ย??...วิธีไม่คิดมาก

ความคิดนี่เป็นกระบวนการที่ว่องไวมากเลยนะครับ

เราตอบสนองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความคิดแบบไหนนั้น ก็เพราะกระบวนการดังต่อไปนี้ - ทันทีที่ ประสาทสัมผัส(หู ตา จมูก ปาก กายสัมผัส) รับรู้สิ่งเร้า...ก็จะแปลความหมาย แล้วส่งไปตามเส้นประสาท เข้าสู่สมอง สมองก็ตีความออกมา เป็นความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อสิ่งต่างๆ ที่ได้สัมผัสนั้น ซะแล้ว ถ้าเป็นความรู้สึกร้อน-เย็น, เหม็น-หอม นี่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเรื่อง ที่ปวดหัวคนเรา ก็เพราะหัวกะบาลมันตีความตาม ทัศนะคติและประสบการณ์ ออกเป็นเรื่องที่คิดมากเกินไป แล้วจะแก้ได้ยังไง นี้เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเท่านั้น ความคิดยังเกิดจากประสบการณ์เบื้องหลังอีก และหลายครั้งเกิดจาก Stereotypes หรือ การคิดแบบตายตัวอีก เช่น ฝรั่งรวย คนแขกตัวเหม็น คนใต้ดุ เขยไทยขี้เกียจ พวกนี้มันความคิดที่ตีตรา ลวงโลกทั้งนั้นเลย

           มีมั้ย??...วิธีไม่คิดมาก คุณเคยมั้ยที่มีอาการคิดมากไปเอง ...เช่น คุณได้ร่วมงานกับคนแปลกหน้า ขณะที่พบกันครั้งแรก คุณจับมือกับเขา แล้ว สบตากัน ดวงตาของคุณสังเกตเห็นว่า เขา ยิ้มที่มุมปากอย่างไม่เป็นมิตร ดวงตา ส่ง ข้อความ ไปตีความที่สมองเรียบร้อยแล้ว คุณรู้สึกไม่สบายใจ และคิดว่า คนๆ นี้ อาจไม่น่าไว้ใจ อึดอัดมากทำงานกับเค้าตั้งนานสุดท้าย เค้าก็แค่คน หน้าดุคนนึง คิดมากจนจะกลายเป็นโรคคิดมากกันไปอยู่แล้วคนสมัยนี้

           หรือ คุณโทรไปหาแฟน เธอพูดห้วนกับคุณ อย่างที่คุณไม่คุ้น คุณได้ฟัง และรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป??? แต่ความจริง  คุณโทรไปขณะที่เธอกำลังยุ่ง หรือคุณอ่านข่าว น้ำแข็งขั้วโลกละลาย คุณนั่งกังวล 3 วัน 7 วัน ว่าโลกกำลังจะถึงกาลอวสานจนทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง???

          มีคำถาม ถามกันบ่อย ทำไงดี ผมเป็นคนคิดมาก
คำถาม ที่ คนคิดมากควร ถามตัวเองกลับก็คือ คุณคิดมากทุกเรื่องรึเปล่า หรือบางเรื่อง ครับ

          สำหรับคนชอบคิดมาก และหาวิธีไม่คิดมากนั้น ผมอยากบอกว่า ทำไมได้หรอกครับ

          เพราะอะไร เพราะยิ่งคุณๆ ไม่อยากคิด คุณก็จะยิ่งคิดครับ มันจะมีอะไรต่อมิอะไร พุ่งออกมาจากหัวสมองเยอะไปหมด ภายในไม่กี่วินานาที เช่น ทำไงดีฉันคิดมากไป ทำยังไงให้คิดน้อยลงนะ มันต้องมีวิธีสิ หาในอินเตอร์เน็ตจะมีมั้ย เอ๊ะ เคยอ่านเจอในหนังสือเค้าบอกว่า...บลาๆๆๆ นั่นไงครับ ยิ่งคิดยิ่งมาเยอะ ความคิดคนเรานี่ก็แปลก

วันนี้ เราจะ มาเสนอ วิธี คิดเท่าเดิม แต่เพิ่มประสิทธิภาพกันครับ 

1. คิดบวกดูดี และสบายใจ 
          ลองเปลี่ยนจากคำว่า  คิดมาก...วิตก...สับสน   มาเป็น    คิดเยอะ ...วิเคราะห์ ...สร้างสรรค์

คำ 2 ชุดนี้แตกต่างกันอย่างไรครับ ชุด ที่ 1 เป็นคำด้านลบ ฟัง แล้ว ดูหดหู่ ห่อเหี่ยวเหมือนเกี๊ยวซ่า แช่น้ำซุป ส่วนอีกชุด ความหมายคล้ายกัน มีบางคำที่สะกดด้วยอักษรใกล้เคียง แต่ฟังแล้วสดชื่นกว่ากัน เหตุการณ์เดิมครับ แต่เป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ ในอีกมุมมอง ทุกอย่างไม่ได้มีแค่ด้านเดียวครับลองมองต่างมุมดูครับ

ดังนั้นไม่ว่าเจอสถานะการณ์ใดๆ ให้คุณๆ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ สถานะการณ์นั้นครับ เชื่อเถอะครับถ้าเรามองมันเสียใหม่อะไรๆ ก็จะดีขึ้นครับ

ตัวอย่างที่ดี ::: คือ สตีป จ๊อบ เจ้าแห่งนวตกรรม แบรนด์ APPLE นั้นแหละครับ เค้าก่อนตั้ง บริษัท APPLE Inc. ตั้งแต่ยังอยู่วัยเรียน ดูแลจนกิจการเติบโต วันหนึ่งได้ตัดสินใจเพิ่มทุนโดยการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ และเมื่อเข้าตลาด ก็มีผู้ถือหุ้น และ เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็น CEO บริหารบริษัทซึ่งเขาก่อตั้ง แต่วันหนึ่ง เขาถูก ไล่ออกจากบริษัท ของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ คิดมาก...วิตก...สับสน  จิตตกไปครับสุดท้ายเขาก็ ยืนหยัดใหม่โดยเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างอะไรใหม่ๆ เขาจึงตั้งบริษัท PIXAR (ที่ทำการ์ตูน 3D นั่นแหละครับ) ขึ้นมา และสุดท้ายก็ตั้งตัวได้ใหม่ และได้กลับเข้ามา บริหาร APPLE อีก และ ทำให้เกิดอะไรต่อมิอะไรดีๆ ให้คนทั้งโลกได้ใช้ จากความคิดที่ คิดเยอะ ...วิเคราะห์ ...สร้างสรรค์ ของเขานั่นเอง

"อย่าพยายามคิดในสิ่งที่จะทำร้ายตัวคุณเอง จงเอาเวลาที่คิดสิ่งนั้นไปคิดในสิ่งที่ดีกว่า และเกิดประโยชน์กว่า แค่เปลี่ยนวิธีการคิดชีวิตก็เปลี่ยน"


2. เบนเข็มความคิดออกจากความคิดเดิมๆ ที่ซ้ำเติมคุณอยู่
           คนที่จมอยู่กับความคิดเก่าๆ ไม่สามารถสลัด ความกังวลออกไปได้ สุดท้ายจะมีสภาพไม่ต่างจาก การจมปลักโคลนแห่งความท้อแท้ใจ อย่ามัวปล่อยตัวปล่อยเวลาเวียนว่ายอยู่ในบ่อโคลนเน่าๆ นั้นครับ ลองหากิจกรรม อื่นๆ ทำ หรือโฟกัสไปที่ สิ่งที่มีประโยชน์

- ลองหา คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และหากิจกรรมทำร่วมกับเขา
- หากิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น อ่านหนังสือ
- เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ การทำสิ่งใหม่ๆ จะทำให้ ชีวิตสดชื่น คุณจะโฟกัสที่มัน และ ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ เหล่านั้นมากกว่า

3. อย่าหาคนรับผิดชอบความคิดของคุณ!!
            หลายคนตกเป็นจำเลยความคิดของตัวเอง หรือไม่ก็พยายามหา แพะ มารับบาป เช่น เพราะเธอทำแบบนี้บ่อยๆ ฉันจึงอารมณ์เสีย เป็นความผิดของเขา หรือ เป็นเพราะโชคชะตาฟ้าดิน แต่ให้ทำความเข้าใจเบื้องหลังของบุคคล ที่ทำให้เขาหรือเธอ หรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ โดยไม่พุ่งเป้าที่ตัวบุคคล และคุณเองเท่านั้นที่จะต้องเป็นฝ่ายจัดการกับความคิดของคุณ ไม่ใช่คุณโทษตัวเอง แต่ให้คุณทำใจให้กว้างและปล่อยวางต่างหาก


อย่างไรก็ดีครับ ความคิดเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องที่บริหารกันได้ "ความสุขหรือความทุกข์ห่างกันแค่เส้นกั้นบางๆ ก็คือเส้นกั้นทางความคิดนี่แหละครับ" 


ไม่อย่างงั้น โบราณท่านจะว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจอย่างนั้นเหรอครับ คิดดีมีความสุข ก็สุขแท้เหมือนสวรรค์ คิดมากวุ่นวายพันลวัน ก็เหมือนฝันว่าตกนรกอยู่ร่ำไป เลิกคิดมาก และมาคิดเยอะในสิ่งที่สร้างสรรค์กันดีกว่าครับ ^^

บทความที่ได้รับความนิยม