วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Agar.io เกมบนเว็บ มันๆ ไล่งับชาวบ้าน ลองกันยัง?


 Advertisement
             วันนี้ Too many Think ขอแนะนำ เกม Agar.io เป็นเกมเล่นง่ายๆ บน บราวเซอร์ ที่คุณสามารถเล่นได้ไม่ยาก พอได้ลองเล่นแล้วจะพบว่ามันเป็นเกมที่มีไอเดียดีมากครับ เกมนี้เราจะเป็น จุด สีๆ เล็กๆ เหมือน Cell ก้อนหนึ่งใน พื้นที่แสนกว้างใหญ่ โดยเริ่มจากเราเป็นจุดเล็กๆ และไล่กิน เม็ดสีๆ ที่เหมือน อาหารปลาซากุระ และค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ และพอเรามี ไซด์ Big เมื่อไหร่ เราก็สามารถวิ่งไป กิน คนอื่นที่ มีขนาดน้อยกว่าเรา “นี่มันปลาใหญ่กินปลาเล็กชัดๆ เลย”  โดยที่คุณสามารถ กิน เม็ดสีอย่างสงบ แล้ว หนีเอาตัวรอด หรือ จะออกไล่ล่า คนอื่นในเกมก็ได้ ยิ่งกินยิ่งโต ยิ่งโต ยิ่งอ้วนและอืดอาด แต่ก็ น่าเกรงขามนะจะบอกให้ :)


มีสกิลพิเศษด้วยนะ เรายังมี สกิลพิเศษ 2 อย่างด้วยกันคือ...
1. ยิงกระสุน :: กด W เพื่อสละชิ้นส่วนบางส่วนออกไป ซึ่งจะทำให้เรา เบาขึ้นคล่องตัวขึ้น และยิงไปใส่คนอื่นให้เขาตาย  >_<
2. แบ่งเซล  :: กด Space bar เพื่อ แบ่ง Cell เป็นหลายๆ Cell อันนี้ก็เพื่อความเร็ว และ ใช้รุมกิน คนอื่นได้ หรือ แบ่งเพื่อเอาตัวรอด แบบเวลามีตัวใหญ่ๆ มาไล่กินเรา ก็ แยกตัวเอาตัวรอดได้ครับ
             เกมสนุกๆ นี้ เรียกได้ว่าเล่นกันแบบ ง่ายๆ สบายๆ แต่ ใช้ความคิดสร้างสรรค์มากๆ เลยทีเดียว ยังไงก็ลองเล่นดู มัน ดูดเวลา ดูวิญญาณน่าดูเลย ที่สำคัญ เราสามารถ เล่นเป็น กลุ่ม หรือ เล่นกับเพื่อนได้ด้วยครับผม ยังไงก็ลองเล่นกันดูครับ รับรองว่าสนุกจะเล่นคนเดียวก็เพลินจะเล่นกับเพื่อนก็มัน จะไล่กินคนไทยด้วยกันก็ไม่ว่าครับ สามารถเล่นได้ทั้ง IPAD PC และ ในโทรศัพท์มือถือ


อยากเล่น Agar.io แล้ว คลิกนี่เลยครับ >>> Agar.io

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

5 ประโยชน์ของรอยยิ้ม ที่จะทำให้ชีวิตคุณ ดี๊ดี


 Advertisement

            เพราะ Too Many Think เชื่อว่า "รอยยิ้ม ทำให้โลกนี้สดใจ ยิ้มสิ ละลายความเครียดได้" การยิ้มมีพลังพิเศษ เวลามีความสุขคนเรามักจะยิ้มออกมา รอยยิ้มทำให้โลกดูสดใสเสมอ รอยยิ้มยังมีประโยชน์กว่าแค่ความใช้แสดงรู้สึกมีความสุขออกมาเท่านั้นนะ วันนี้มาดูกันว่ารอยยิ้มทำอะไรได้บ้าง และจะทำให้ชีวิตคุณดีขึ้นได้อย่างไรกัน?


1. รอยยิ้มมีพลังและเปี่ยมเสน่ห์ 

            บางคนหน้าตาสวยหล่อ จะหน้าบึ้งหรือ หน้าตานิ่งๆ ก็ดูดีมีเสน่ห์ แต่คุณเชื่อหรือไม่?  บางคนเวลายิ้มแล้วมีเสน่ห์มากๆ อาจทำให้คนธรรมดา กลายเป็น คนน่ารัก เปี่ยมเสน่ห์ไปเลย ที่สำคัญเสน่ห์ที่สร้างจากรอยยิ้ม มีพลังพิเศษมากว่าสิ่งใด เพราะมันมีพลังดึงดูด และ ส่งพลังแห่งความสุขออกไปได้ นั่นไม่แปลกที่เวลาที่เราเห็นคนยิ้ม เราจะ ยิ้มตาม

2. รอยยิ้มทำให้คุณน่าคบหา

             ไม่มีใครอยากคุย หรืออยู่ใกล้กับคนหน้าบูดเหมือนตูดลิงหรอกจริงมั้ย? เวลาที่คุณพูดกับใครแล้วเขา ทำหน้าตาไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก เป็นใครก็อยากเบือนหน้าหนี แต่กับคนที่ยิ้มแย้ม คนที่มีน้ำใจไมตรี อัธยาศัยดี ไม่ต้องคิดให้มาก เป็นใครก็อยากเข้าหา อยากเข้าใกล้ทั้งนั้นแหละดี๊ดี

3. รอยยิ้มมีพลังของการคิดบวกทำให้โลกสดใส

              ในโลกที่มีแต่ความบึ้งตึง มองไปทางไหนก็มีแต่ความเครียด ผู้คนหน้าตาหม่นหมองอารมณ์ขุ่นมัว บรรยากาศรอบตัวเรา ดูยังไงก็น่าเบื่ออึมครึม ลองคิดภาพ คนเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ซักแห่ง หรือ สถานที่ไหนซักที่ ในที่ๆ ทุกคนต่างสนใจแต่สิ่งที่อยู่หน้าตัวเอง และ หน้าตาบึ้งตึงดู ทันทีที่มีหนึ่งคนยิ้มมาที่คุณมันจะทำให้โลกสดใสมากเพราะพลังแห่งการคิดบวก จะเปล่างออกมาจากคนนั้น เป็นใครก็อยากยิ้มตอบ เป็นใครก็รู้สึกสดใสขึ้นมาได้ทั้งนั้น ยิ้มก่อนโลกสดใสก่อน

4. รอยยิ้มสะกดใจจนใครก็หลงไหล

              แค่เจอเธอยิ้มใจก็ละลาย คำนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะรอยยิ้มนั้นทำให้คนที่เห็นรู้สึกดี แม้กระทั่งคนที่ต้องเผชิญหน้ากับผู้อื่น หรือ พนักงานขาย ก็ยังต้องอาศัยรอยยิ้มใจการสะกดใจคน รอยอ้มมีพลัง สามารถสร้าง First impression หรือ ความประทับใจเมื่อแรกพบ สามารถทำคะแนนในความสัมพันธ์กับบุคลลอื่น หรือ ช่วยให้ การเจรจา การขาย หรือ การสนทนาเป็นไปอย่างราบรื่น

5. รอยยิ้ม ใช้แก้ไขปัญหา และทะลายกำแพงแห่งความสัมพันธ์ 

              บางความสัมพันธ์อาจมีกำแพง อาจมีปัญหาบางอย่าง หรือ ความห่างเหิน ทำให้คนบางคนไม่กล้าพูดคุยกัน ความหวั่นเกรงมันเกิดขึ้นได้เอง ทั้งเพราะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น หรือ อาจเกิดขึ้นเองเพราะฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกไปคนเดียว บางครั้งเมื่อไม่ได้เจอกันนานๆ เช่นเพื่อนเก่า ที่ห่างหายกันไปเจอกันให้ห้าง หรือ คู่รักที่พึ่งทะเลาะกัน หรือ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ก็อาจทำให้เกิดความรู้สึกต่อกันไม่ติด เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีรอยยิ้มออกมา บทสนทนาดีๆ ก็อาจจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง กำแพงความรู้สึกที่ขวางกั้น ก็จะถูกทำลายลงด้วยรอยยิ้ม :)


ปิดท้ายกันด้วย 'เพลง รักยิ้ม' ของสาวๆ วง Apple Girl Band ที่จะทำให้คุณยิ้มไม่หุบ ไม่ต้องคิดมาก ฟังเลย ดี๊ดี ;)


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

4 คุณประโยชน์ของไฟเบอร์ใน แอปเปิ้ล ที่ทำให้คุณแทบเป็นอมตะ!

4 benefits of fiber in apple that help you live longer!



 Advertisement

            ไฟเบอร์ ใน แอปเปิ้ล อุดมประด้วยคุณประโยชน์แค่ไหนกัน?.... แอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่หากินได้แสนจะง่าย แถมมีรสชาติถูกปากคนทั้งโลก และที่สำคัญมีคุณประโยชน์มากมายหลากหลาย นอกจากรสชาติที่อร่อยจนถูกนำไปใส่รวมกับผลไม้ และผักอื่นๆ ในน้ำผักผลไม้ หรือ อาหารจานโปรดต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติที่กลมกล่อมในการรับประทานแล้ว ในลูกแอเปิ้ลเล็กๆ เหล่านี้ ยังอุดมด้วยคุณค่าที่คุณต้องทึ่งอีกมากมาย ซึ่งวันนี้ Too Many Think ได้โอกาสมาบอกเล่นประโยชน์ของเจ้าไฟเบอร์ในแอปเปิ้ลนี้กันครับ เช่น 

1.แอปเปิ้ลทุกลูกอุดมไปด้วยไฟเบอร์:  ไฟเบอร์แบบที่ที่ละลายในน้ำได้ มีอยู่อย่างอุดมอยู่ในลูกแอปเปิ้ล ไฟเบอร์เหล่านี้แหละ ช่วยทำให้ระบบการขับถ่ายของร่างกายดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้รูปร่างของเรา ดูเพรียวดูผอมลง เนื่องจากไม่มีอะไรติดค้างอยู่ในท้องให้อึดอัด นอกจากนั้นการมีระบบขับถ่ายที่ดีก็ยังทำให้ของเสียในร่างกายถูกกำจัดออกไป เมื่อไม่มีอะไรติดค้างอยู่ในลำไส้ก็จะส่งผลให้ ผิวพรรณ เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลขึ้นมาเพราะ สุขภาพดี สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ? 

2. ห่างไกลมะเร็งลำไส้ ด้วยไฟเบอร์ในลูกแอปเปิ้ล : ไฟเบอร์ชนิดละลายในน้ำเนี่ย ส่งผลดีต่อลำไส้ของคนเรามากๆ เพราะจะทำให้กระบวนการขับถ่ายดีขึ้น และนี่ก็มีส่วนช่วยโดยตรงในการลดโอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้


ประโยชน์ของแอปเปิ้ล
ไฟเบอร์แอปเปิ้ลมีคุณประโยชน์มากมาย

3. แอปเปิ้ลกินแล้วลดน้ำตาลในเลือดได้ : ไฟเบอร์ชนิดละลายในน้ำได้ที่มีอยู่มากในแอปเปิ้ลนั้น นอกจากจะช่วยเรื่องกระบวนการขับถ่ายแล้ว ยังมีคุณสมบัติพิเศษที่ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลได้ดีอีกด้วย ซึ่งเหมาะมากสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือคนที่รับประทานน้ำตาลมากๆ เพราะการที่มีเจ้าไฟเบอร์อยู่ในลำไส้ จะทำให้ลำไส้ดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดได้น้อยลง อันเป็นผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณต่ำลงได้

4. ไฟเบอร์ทำอยู่ท้อง ลดความอ้วนได้อีกต่างหาก: ร่างกายของคนเราไม่สามารถย่อยสลายเส้นใยอาหารได้ ดังนั้นเส้นใยไฟเบอร์เหล่านี้จะไม่ถูกย่อย และไม่ทำให้เราอ้วน ทั้งนี้ไฟเบอร์ก็ยังเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการนะ และมันมีอยู่มากในพืชผักผลไม้ โดยเฉพาะในแอปเปิ้ล ที่มี ไฟเบอร์อยู่ถึง 2.4 กรัมต่อการรับประทาน แอปเปิ้ล 100 กรัม ไฟเบอร์เหล่านี้ใช้พื้นที่ในกระเพาะอาหารและลำไส้พอควร จึงทำให้เราอิ่มง่ายขึ้น และ อยู่ท้อง ไม่หิวบ่อยๆ อีกด้วยนะจะบอกให้



            ประโยชน์จากไฟเบอร์ทั้ง 4 ข้อ ก็ทำให้เรามี สุขภาพที่แข็งแรงโรคภัยไม่เบียดเบียน หุ่นเป๊ะ หน้าใส แถมระบบภายในดีเวอร์ๆ จบจ้า :)

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โปรดแชร์!! 7 วิธีประหยัดน้ำง่ายๆ เพื่อตัวคุณและเพื่อประเทศไทย จ้า

7 Very Easy Ways to Save Water 

 Advertisement

            “น้ำ เป็นสิ่งสำคัญต่อการดำรงชีวิตประจำวันของเราทุกคน.”  ในขณะที่เรามีน้ำใช้กันอย่างไม่หมดสิ้นนั้น เราอาจไม่ได้ใส่ใจและละเลยที่จะประหยัดน้ำ เอาไว้ใช้ยามที่ขาดแคลน แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ข้อมูลล่าสุด ขณะนี้ โดย คุณ ดาริน คล่องอักขระ สำนักข่าว ThaiPBS ได้บ่งบอกว่าน้ำในเขื่อนของไทยขณะนี้ คือ เขื่อนใหญ่ทั้ง 4 ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิต์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อป่าสักฯ ที่คอยกักเก็บน้ำไว้เลี้ยงชาวไทยนั้น เหลือน้ำ ที่สามารถนำมาใช้ได้อีกเพียง 3% หรือสามารถใช้ได้อีกเพียง 20 วันเท่านั้น หากไม่ประหยัดน้ำวันนี้เห็นที คนไทย จะขาดน้ำกันจนแย่แน่ เพราะไม่มีน้ำประปาใช้ วันนี้ Too Many Think จึงมี 7 วิธีประหยัดน้ำง่ายๆ มาฝากกันครับ
dd


1. ฉี่ วันละหลายหน ทนกดรวดเดียวก็ได้ : ใช่แล้วครับ ปัสสาวะ หรือ ฉี่ นั้นเราทุกคนต้องทำ และมันก็เป็นการระบายของเสียออกจากร่างกาย และยังเป็นการรักษาอุณหภูมิในร่างกายด้วย ปกติ คนเรา อาจฉี่ได้ถึงวันละ 3-4 ครั้ง และหาก ดื่มน้ำมากๆ ก็จะบ่อยกว่านี้ ซึ่ง การที่เรา ฉี่ แล้ว กด/ราดน้ำ เป็นสิ่งที่ดี แต่หากเรา ลดการราดน้ำลง เช่น ราดทุกสองครั้ง จะลดการใช้น้ำได้ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว 

วิกฤตน้ำ ประเทศไทย
2. อาบน้ำวันละครั้งก็ยังไม่เลวร้ายเกินไป : ข้อนี้คนส่วนหนึ่งก็ทำอยู่แล้วล่ะครับ อาบน้ำน้อยครั้ง ความจริงแล้ว คนเราควรอาบน้ำ วันละ 2 ครั้งเพื่อ อานามัยที่ดี แต่ในภาวะ น้ำน้อย เช่นนี้ หาก เราลดการอาบน้ำได้ ก็จะ ประหยัดน้ำได้อีกมากเลย ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับ การดำเนินชีวิตของคุณๆ เองด้วยนะ หาก ทำงานเหงื่อออกมาก หรือเป็นโรคผิวหนัง ก็ควรรักษาความสะอาดอาบน้ำด้วยนะครับ 

3. หยุดเปิดน้ำทิ้งเวลา แปรงฟัน ล้างจาน : เวลาล้างจาน แปรงฟัน หลายคนก็ชอบเปิดน้ำทิ้งไว้ครับ เข้าใจว่า มือ มันไม่ว่าง อาจจะเลอะเปรอะเปื้อน แต่การปล่อยให้น้ำไหลลงท่อไปเฉยๆ น่าเสียดายน้ำ อย่าลืมว่า มันอาไปทำประโยชน์ได้อีกเยอะเลย

4. น้ำจากการทำความสะอาด ต้นไม้ยังใช้ได้อยู่จ้า :  ใช่แล้วครับ น้ำถูพื้น น้ำ ซักผ้า คนเรากินไม่ได้แล้วแน่นอน แต่ต้นไม้เขายังต้องการน้ำอยู่ และ เขาก็ใช้น้ำพวกนี้ได้ อย่าทิ้งลงท่อไปเฉยๆ เราเอาไปรดน้ำต้นไม้ได้ครับ ทั้งประหยัดแถมคุ้มค่ามากๆ


ก๊อกน้ำเสีย

5. อย่าพึ่งล้างรถ อดทนต่ออีกหน่อยนะ :  รถใคร ใครก็รักครับ เป็นทั้งหน้าตา และเป็นทั้งความภูมิใจ แต่ในภาวะเช่นนี้ การชะลอการล้างรถออกไป น่าจะช่วยชาติประหยัดน้ำได้โขเ ลย คงไม่ดีแน่ถ้าเราล้างรถจนเอี่ยม แต่ไม่มี น้ำอาบกัน แบบนี้ไม่ดีแน่เลย


6. ก๊อกน้ำรั่วท่อน้ำซึมได้เวลาซ่อมแล้ว : น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน…อย่างงี้ น้ำหยดลงท่อ ทุกวัน น้ำมันจะไม่หมดได้อย่างไร? (อันนี้ไม่น่าจะเกี่ยวนะ) ความจริงน้ำที่ซึม ออกมา อาจไม่มาก แต่ก็สะสมหลายวัน ก็จะเป็นการสูญเสียที่ไม่เกิดประโยชน์เลย มาใช้โอกาสนี้ซ่อมแซม ท่อน้ำ ก๊อกน้ำ ที่รั่วซึมกันครับ ทั้งประหยัดเงิน และ ประหยัดน้ำในระยะยาว


7. เลิกแช่น้ำกันซักพัก : เวลาแช่น้ำอุ่น นี่มันฟินสุดยอดครับ แต่ตอนนี้หากเรางดแช่ ดีแน่นอน เพราะการแช่น้ำแต่ละครั้ง เราจะสูญเสียน้ำมากมายไปมากกว่า 5 เท่าของการอาบน้ำแบบปกติ รู้อย่างนี้แล้ว เลิกฟินซะแปบ เพื่อ อนาคตของเรากันนะครับ


            เป็นอย่างไรบ้างครับ กับ 7 วิธี ประหยัดน้ำแสนง่าย ที่เราน้ำมาฝากกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณและคนรู้จัก ช่วยกันแชร์ ช่วยกันแนะนำ ช่วยกันเตือนกันให้ รักษาน้ำ ประหยัดน้ำ อย่างน้อยที่สุด เราก็จะผ่านวิกฤตน้ำนี้ไปด้วยกันเข้าใจตรงกันนะ!  :)

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เด็กชายตัวน้อยทำการบ้านใต้แสงไฟจากร้านแมคโดนัลด์

            ในโลกที่ผู้คนต่างยอมถอดใจพ่ายแพ้ต่ออุปสรรค์อย่างง่ายดาย ภาพของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังทำการบ้านของเขาภายใต้แสงไฟจากร้านแมคโดนัลด์ ได้จุดประกายแรงบัลดาลใจให้กับผู้คนนับพันบนโลกออนไลน์

ทำการบ้าน
ภาพเด็กน้อยนั่งทำการบ้านใต้แสงไฟ ร้าน แมคโดนัลด์

            รูปภาพนี้ ถูกถ่ายโดย คุณ จอยซ์  ทอร์รีฟรานการ์ นักศึกษาแพทย์ ในกรุงมนิลา หลังจากที่เธอได้โพสรูปถ่ายดังกล่าวนี้  รูปนี้ก็ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในเวลาไม่นาน
            จอยซ์ กล่าวว่า การที่เธอได้เห็น ความอุตสาหะ ของ "แดเนียล เบรรา"  เด็กชายในรูปที่เปี่ยมไปด้วยความพยายามในการทำบ้านของเขา ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับความจะยากลำบากมากมายสักเท่าใดนั้น  มันได้สร้าง แรงบันดาลใจ แก่เธออย่างมาก ที่จะทำงานให้หนักขึ้น เช่นเดียวกับ ที่เด็กน้อยได้มีความมุ่งมั่นพยายามทำการบ้านของเขาใต้แสงไฟจากร้านแมคโดนัลด์
             ถึงอย่างนั้นก็ดี เรื่องราวเบื้องหลังรูปภาพนี้  ชีวิตของ ดาเนียลตัวน้อย จะยิ่งน่าเศร้ากว่านี้สักเท่าใด เราไม่อาจรู้ได้


           "อย่างไรก็ตาม ชีวิตคนเราอาจจะมีอุปสรรค์มากมาย และมีข้อจำกัดในชีวิตหลายอย่าง แต่อย่าหยุดและถอดใจกับสิ่งเหล่านั้น ในสิ่งต่างๆ ที่ดูเหมือนเป็นอุปสรรค์ก็อาจมีความหวังซ่อนอยู่ บางครั้งเราอาจจะสิ้นหวังกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็อย่าลืมนะครับ ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตของเราก็เป็นได้ อุปสรรค์อาจจะขัดขวางเราแต่ก็อย่ายอมแพ้มัน ลองลุกขึ้นสู้ดูใหม่ และ ผ่านมันไปให้ได้ เหมือนกับเด็กน้อยคนนี้ครับ แม้แสงไฟเพียงเล็กน้อยเขาก็ไม่ย่อท้อและใช้มันเป็นเครื่องมือในการดำเนินชีวิตต่อไป"



เครดิต ขอขอบคุณบทความจากเว็บไซด์: Little boy does his homework in McDonald’s lights

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

Gift Idea in Winter season!!

หน้าหนาวไอเดีย "ของขวัญ" น่าประทับใจสำหรับหน้าหนาว
 โดย นายคนนั้น                                                                                                                                                                                                      





             ลมหนาวกำลังใกล้เข้ามาแล้ว อีกไม่นานฤดูหนาวก็กำลังจะมาถึง วันนี้เรามีไอเดียของขวัญน่าประทับใจสำหรับฤดูหนาวมาบอกให้ฟัง รับรองว่าน่าสนใจอย่างมากแน่นอน โดยเฉพาะถ้าคุณกำลังมองหาของขวัญดีๆ ซักชิ้นที่จะมอบให้กับสามีภรรยา หรือคนรักในช่วงที่อากาศกำลังเย็นลงนี้ วันนี้มาลองดู 3 ไอเดียของขวัญโดนๆ สำหรับของขวัญสุดพิเศษในฤดูหนาวกัน

ไอเดียของขวัญ            1. ของขวัญแทนใจ ที่นำความอบอุ่นมาให้ ของขวัญที่ดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป ความห่วงใยของผู้ให้ จะส่งถึงผู้รับด้วยความอบอุ่นเมื่อเขาสวมใส่ของขวัญ จำพวก เสื้อโค้ด ผ้าพันคอ หรือ Ear muff ลองหา เครื่องแต่งกายสำหรับหน้าหนาวให้กับ สามีภรรยา หรือคนรักของคุณดูสักชิ้นสิ รับรองว่าทุกครั้งที่เค้าใส่มัน เค้าจะรู้สึกอุ่นทั้งร่างกาย และจิตใจทีเดียวเลยล่ะเยี่ยมใช่มั้ยล่ะ!!

            2. ของขวัญสำหรับความทรงจำในวันหิมะโปรย snow dome เป็นไอเดียของขวัญที่น่าประทับใจอย่างมาก มันทั้งดูโรแมนติก และดูมหัศจรรย์ แม้ว่าหิมะจะตกหรือไม่ แต่มันจะตกทุกครั้งที่เค้าเขย่ามันแล้วนั่งมอง นอกจากนั้นมันจะทำให้เค้าคิดถึงคุณอย่างมากเลย แม้ฤดูหนาวในเมืองไทยจะไม่มีหิมะตก แต่ มันก็ช่วยให้เค้านึกถึงคุณได้เหมือนกันทุกครั้งที่ มองเห็นเจ้าสโนวโดทอันนั้น ><"
ของขวัญแทนความรัก
            3. ของขวัญแห่งความรัก ช็อคโกแลตในกล่องรูปหัวใจ ช็อกโกแลตช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ทำให้เค้าอารมณ์ดี และ ช็อคโกแลตยังทำให้ร่างกายของสามี หรือ คนที่คุณรัก อบอุ่นขึ้นด้วย ก่อนจะมอบของขวัญนี้ให้กับเค้า อย่าลืม บอกเค้าด้วยว่า คุณรักเขาขนาดไหน

            เป็นอย่างไรบ้าง สำหรับ ไอเดีย สำหรับ ของขวัญ น่าประทับใจสำหรับหน้าหนาว ของขวัญทำให้ผู้รับมีความสุข แต่ความรักจะช่วยให้หัวใจอบอุ่นไม่ว่าอากาศ จะหนาวยาวนานแค่ไหน

----------- ด้วยรักและปรารถนาดี ------------

วันอังคารที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ของขวัญที่ดี ไม่จำเป็นต้องแพง เสมอไป - Good Idea for gift

เวลาพิเศษมาถึงแล้ว หาไอเดียมอบของขวัญดีๆ กันเถอะ!!!
by นายคนนั้น
             บางคนคิดว่าของขวัญที่ดีนั้น จะต้องเป็นของที่มีมูลค่า หรือ ราคาสูงๆ เท่านั้น แต่ความจริงแล้วของขวัญที่ดีและประทับใจผู้รับอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นของขวัญหรูหรา หรือของแบรนด์เนมก็ได้ แต่เป็นของขวัญที่มาจากใจผู้รับ หรือ ของขวัญนั้นมีความหมายพิเศษต่างหาก  จึงจะเป็นของขวัญที่ดี ของขวัญไม่แพงก็มีค่าได้ วันนี้เรามาดูไอเดียของขวัญน่าประทับใจ ที่ราคาไม่สูง แต่มีคุณค่าทางจิตใจ และเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์กันดีกว่า

ไอเดียของขวัญ


ความคิดสร้างสรรค์             1. ของขวัญที่ทำกับมือ คือตัวแทนของความรัก ของขวัญประเภทนี้ เป็นของขวัญที่มีคุณค่ามาก เพราะว่ามาจากความตั้งใจที่ผู้ให้มีให้กับผู้รับ ของขวัญประเภทนี้แม้ มูลค่าไม่สูง แต่คุณค่าทางจิตใจนั้นนับว่าสูงที่สุด สิ่งใดๆ ก็ตามที่คุณทำขึ้นมาด้วยความรักและความปรารถนาดี มันจะเป็นของขวัญที่ผู้รับประทับใจ และซาบซึ้งเป็นที่สุด ของขวัญทำมือประเภทนี้ได้แก่ ผ้าพันคอถักด้วยมือ ตุ๊กตาประดิษฐ์ ขนมจากฝีมือ และอื่นๆ อีกมากมายที่เปี่ยมไปด้วย ความรัก และการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งของขวัญพวกนี้ผู้รับจะรับรู้ได้ถึงความทุ่มเทและตั้งใจ ซึ่งมีค่ามากกว่าจะหาซื้อได้ด้วยเงินทอง


             2. ของขวัญ ในวันพิเศษ เชื่อหรือไม่ช่วงเวลาดีๆ นั้นมีคุณค่ายิ่งกว่าทอง ... และของขวัญที่คุณมอบให้กันในเวลา แบบนั้นน่าประทับใจมิรู้ลืม คุณค่าไม่ได้อยู่ที่ตัวของขวัญ ว่าคืออะไร แต่ ความสำคัญอยู่ที่ ช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นต่างหากของขวัญเหล่านี้จะเป็นตัวเตือนให้เขา หวนนึกย้อนถึงวันเวลาที่ดีๆ ที่คุณมีร่วมกัน เช่น หมวกแก๊บที่คุณมอบให้เด็กน้อยในวันแข่งเบสบอลครั้งแรก การ์ดวันวาเลนไทน์  ตั๋วหนังเรื่องโปรดที่ดูด้วยกันในเดทแรก หรืออะไรก็ตามที่เป็นเครื่องเตือนใจ ให้นึกถึงเวลาดีๆ มันเยี่ยยมใช่มั้ยละ?


ของขวัญ             3. ของขวัญ อิเล็คโทรนิคแทนความรู้สึก เรากำลังหมายถึง ของขวัญบนอินเตอร์เน็ต หรือของขวัญที่มันจับต้องไม่ได้ แม้ว่า การ์ดอวยพรอิเล็คโทรนิค จะนำมากางดูบนเตียงนอนไม่ได้ แต่มันก็เป็นของขวัญที่พิเศษได้เหมือนกัน  แม้กระทั่งข้อความส่งความห่วงใย หรือ รูปภาพที่แน็บอีเมล์ ก็สามารถเป็นของขวัญที่ดีได้ หากมันอยู่ในช่วงเวลาที่เหมาะสม และเปี่ยมล้นไปด้วยกำลังใจ และความปรารถนาดี
ของขวัญนั้น เป็นสื่อแทนใจสำหรับคนให้และคนรับ ดังนั้นคุณค่าของมันอยู่ที่หัวใจ มากกว่าราคา ดังนั้นหากคุณกำลังคิดจะมอบของขวัญให้กับใคร อย่าลืมส่งมอบความปรารถนาดีให้กับเค้าด้วย วันหนึ่งของขวัญอาจหายไป หรือ แตกหักได้ แต่ความรู้สึกดีๆ จะไม่แตกหักไปตามกาลเวลา

เป็นอย่างไรบ้างครับกับไอเดียการมอบของขวัญดีๆ ที่นำมาฝากกันในวันนี้ การจะมอบสิ่งใดให้กับใครนั้น มูลค่าของสิ่งๆนั้น ไม่อาจเทียบได้กับคุณค่าทางใจหรอกจริงรึเปล่าครับ ^^

วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Top 5 footballers who earn the most in the world 2011

5 อันดับ นักฟุตบอลที่มีรายได้มากที่สุดในโลก ปี 2011
นิตยสารชื่อดัง ฟอร์บส์ ได้ทำการจัดอันดับนักฟุตบอลที่มีรายได้มากที่สุดเมื่อปีที่ผ่านมา ว่ามีนักเตะคนไหน ที่เข้าข่ายร่ำรวยมากที่สุดในโลก ไม่หน้าเชื่อว่า นักฟุตบอลส่วนใหญ่ จะค้าแข้งหรือ เคยค้าแข้งใน ดินแดนผู้ดี กันซะส่วยนใหญ่ อีกทั้งรายได้สัดส่วนที่มาจากค่าตัวที่ได้จากสโมสรนั้น ถือว่าเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับค่าตัวจากธุรกิจโฆษณา!!! Top 5 ของเรามีใครกันบ้างเชิญติดตามชมได้เลยครับ

เบคแฮมเดวิด เบคแฮม



อันดับ ที่ 1 :: พี่ เดวิด เบคแฮม รายได้รวมปีนี้กว่า 291 ล้าน USD เป็นเงินจากสโมสร 40 ล้าน เท่านั้น(แต่ก็มากที่สุดในโลกละ) ที่เหลือมาจาก ค่าตัวโฆษณา สินค้าต่างๆ โดยเฉพาะ รองเท้าฟุตบอลยี่ห้อหนึ่ง และพึ่งรับ เป็นพรีเซนเตอร์เกม ค่าย Sumsung นอกจากความหล่อเท่แบบเหนือโลกแล้ว พี่เบคแฮมคนนี้ ยังได้ขึ้นแท่น นักแตะที่มีทรงผมที่เท่บาดใจสาวๆอีกด้วย ดังนั้นไม่ว่าจะทำผมทรงไหน บรรดาผู้ชายแห่กันตัดผมตามอยู่ตลอดเพื่อจะได้หล่อ เหมือนพี่เค้าล่ะ


โรนัลโด้


อันดับที่ 2:: น้อง คริสติอาโน่ โรนัลโด้ รายได้ 160 ล้าน USD เป็นรายได้จาก สโมสร 39 ล้าน ส่วนที่เหลือมาจากการโชว์หน้าเหลี่ยมๆ เท่ๆของเขา ในโฆษณาต่างๆเช่นกัน น้อง โรนัลโ้ด้ววววว คนนี้แม้จะหนุ่มอยู่แต่รายได้ ใกล้เทียบชั้นพี่ เบค แล้วเหมือนกัน ไม่ธรรมดาจริงๆ


เมสซี่ลีโอเนล เมสซี่


อันดับที่ 3:: พี่ ลีโอเนล เมสซี่ รายได้รวม 110 ล้าน USD การโชว์หน้าหล่อๆ ให้กับ อาดิดาส,เลย์,โคนามิ,Audemars Piguet, Chery และ AirEuropa. ให้ตังเค้าถึง ที่ได้ไปถึง 16 ล้านดอลล่าร์ ส่วนที่เหลือเป็นค่าเหนื่อยและโบนัส จากปีที่แล้ว โอ้เยอะนะ

กาก้าริคาร์โด้ กาก้า



อันดับที่ 4:: เด็กชาย ริคาร์โด้ กาก้า ไม่หน้าเชื่อว่า รายได้ ของเค้า ถึง 100 ล้าน USD มาจากสโมสรเพียงเล็กน้อย(น้อยเมื่อเทียบ กับพี่ๆ 3 คนข้างบน) แต่การได้โชว์หน้าหล่อ บนปก เกม EA Sports FIFA Soccer 11 และก็ได้ส่วนแบ่งจากยอดขายของเกมฟุตบอลเกมนี้ ที่ขายดีไปทั่วโลก (รวมแผ่นก๊อป รึเปล่าน้อ 555+)


โรนัลดินโญ่โรนัลดินโญ่


อันดับที่ 5:: พี่ใหญ่ โรนัลดินโญ่ พ่อหนุ่มผิวเข้มกับทรงผมอันเป็นเอกลักษณ์ พี่เข้มหนึ่งเดียวของเราคนนี้ มีรายได้ต่อปีถึง90 ล้านUSD แม้หน้าไม่หล่อเท่า 4 คนข้างบน แต่รายได้ไม่น้อยเลยนะ ว่ามั้ย 555+ เรามักจะพบใบหน้าของเขา ตามโฆษณาต่างๆ มากมายเช่นกัน แม้รายได้จะไม่ถึง 100 ล้านต่อปี แต่ 90 ล้าน USD ก็เป็นเงิน กว่า 3000 ล้านบาท เลยทีเดียว

สุดยอดจริงๆ ใช่มั้ยครับ บรรดา นักเตะลูกหนังเหล่านี้ ซึ่งนอกจากทั้ง 5 จะได้รับการยอมรับและยกย่องในฝีใืนการเตะในระดับแข้งทองแล้ว ยังรวยอู้ฟู่ในระดับ เลี่ยมทอง เลยทีเดียว อ่านมาถึงตรงนี้เราก็ต้องช่วยกันภาวนาให้นักเตะลูกหนังไทย ได้ไประดับโลกกันซักกะที ^^


วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลย เหอะ ^^


เพลง : โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)


          เนื่องจากกระแสปลาไหล กำลังมาแรงครับ เจ้า ปลาไหลนี้ไม่ใช่ ลัทธิใหม่หรืออะไรนะครับ มาจาก แอ๊บพิเคชั่นของเว็บของชาวญี่ปุ่น ครับ ซึ่งคนไทยก็ให้ ความนิยมเล่นกันมาก หลายๆ คนอาจกำลัง เห็นว่าเพื่อนๆ ของท่านกำลังกลายร่างเป็นปลาไหลกัน แล้ววันนนี้ ก็มี เพลง จาก คุณ  SaiSanimRecords ในยูทูป มาให้ฟังกันครับ เป็นเพลง ที่ฟังเพลิน สนุกใช่เล่นเลยทีเดียว วันนี้เอา VDO เพลง มาฝากพร้อมเนื้อเพลงเลยครับ




เพลง : โอ้! ปลาไหล (เต็ม Facebook เลย)
คำร้อง+ทำนอง+ดนตรี : จอนนี่ สายสนิม


Dmaj7 Dm7
*ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
C#m7 F#
ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
Bm7 E Amaj7
ปลาไหล โอ้! ปลาไหล

Bm7 C#m7
มันมาได้ยังไง ฉันไม่เห็นเข้าใจ
Bm7 Amaj7
เพื่อนของฉันเปลี่ยนไป กลายร่างเป็นปลาไหล?
Bm7 C#m7
ใครเป็นใครไม่รู้ รู้แต่เห็นปลาไหล
Bm7 Amaj7
หรือว่ามันเป็น ลัทธิใหม่?

(คอร์ดที่เหลือ วนเหมือนเดิมครับ)

**สาวกปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
ปลาไหล เต็มเฟสบุ๊คเลยเหอะ
ปลาไหล โอ้! ปลาไหล

(*)

มันมาได้ยังไง ฉันไม่เห็นเข้าใจ
เพื่อนของฉันเปลี่ยนไป กลายร่างเป็นปลาไหล?
ใครเป็นใครไม่รู้ รู้แต่เห็นปลาไหล
หรือว่ามันเป็น ลัทธิใหม่?

(**,*)

*** ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
ปลาไหล ปลาไหล ปลาไหล
โอ้! ปลาไหล

(***)

......

ท่านใดฟังแล้วเป็นทุกข์ หรือเกิดความรู้สึกไม่ดี ก็ขอโหสิกรรมให้ด้วยนะครับ
แต่ถ้าฟังแล้วเป็นสุข ผมก็ยินดีที่เพลงนี้ได้สร้างรอยยิ้มให้คุณนะครับ ^ ^


วันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2554

What is black Friday วันดีๆ ที่ฝรั่งรอคอย!!!

แบล๊กฟรายเดย์ คือวัน อะไร?



            พอดีมีคงสงสัยกันว่า มันคืออะไร วันนี้เลยไปหาคำตอบมาให้ จากพี่สาวที่รู้จักกันที่อยู่ที่ อเมริกาครับ ลองคิดๆ ดู ฝรั่งเค้าก็มี ความคิดสร้างสรรค์เหมือนกันในการ ตั้งวัน แบล๊กฟรายเดย์ขึ้นนะครับ ^^ วันที่ฝรั่งตั้งตารอ ฮ่าๆๆๆๆ คิดได้ไง

            คือวันหลังจากวันขอบคุณพระเจ้า (วันขอบคุณพระเจ้าคือทุก ๆ พฤหัสสุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน อีกวันนึงเลยเป็นวันศุกร์) เป็นวันที่คนอเมริกัน (ใครที่อยู่ที่เมกา) จับจ่ายซื้อของเพื่อเตรียมตัววันคริสตมาส คนส่วนใหญ่เค้าเริ่มตกแต่งต้นคริสตมาสวันนี้แหละ black friday เลยเป็นวันที่ห้างร้านเกือบทุกอย่างจะลดแลกแจกแถมกันกระหน่ำวันนี้จ๊ะ หลาย ๆ คนยอมไปรอห้างเปิดกันตั้งแต่เที่ยงคืนเพื่อไปต่อแถวเข้าร้านกันก็มี เพราะอย่างเครื่องไอทีเค้าลดกันเป็น เจ็บสิบ ห้าสิบ เปอร์เซ็นต์มันก็คุ้มที่จะไปรอใช่ม่ะ พี่ไม่เคยนะ พี่มีบ้างไปซื้อเสื้อผ้า กระเป๋าตอนสาย ๆ ที่ไม่ค่อยมีคนแล้วน่ะ พี่ไปอยากไปเบียดกะใคร แต่ของแทบจะทุกอย่างลดราคาเยอะมากก คนก็เยอะด้วย พี่เลยออนไลน์ดีกว่า เพราะในออนไลน์ก็ลดกัน แต่อาจไม่เยอะเท่าที่ร้านโดยตรงน่ะ หรือไม่ก็ไป early black friday ก็จะมีการทอย ๆ ลดราคากันบ้าง นิดหน่อย



วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

ไอเดีย มาจากไหน 4 วิธีการเรียกความคิดใหม่ๆ ให้บังเกิด!! 4 Ways How To get new Idea

เขียนโดย พีระพัฒน์ โตวรกุล
ใน http://toomanythink.blogspot.com/

          ความคิดไม่ใช่สิ่งที่บังคับกันได้จริงๆ หลายคนมีไอเดียดีๆ อยู่เสมอ ในขณะที่หลายๆ ก็จ้องใช้ตัวกระตุ้นซักหน่อยไอเดียดีๆ จึงจะเกิด ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่ต้องการความแตกต่าง ในขณะเดียวกัน เราก็ต้องการไอเดียแปลกใหม่สำหรับการสร้างสรรค์ด้วย ไม่ว่าจะไอเดียธุรกิจ ไอเดียการเขียนนิยาย ไอเดียการแต่งบ้าน ไอเดียวาดภาพ ไอเดียการเขียนหนังสือ ไอเดียการจัดงานวันเกิด หรือ อีกหลายต่อหลายสิ่งที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ แต่บางที เราก็ไม่สามารถ คิดๆๆๆๆ ทุกอย่างได้ตลอดย่อมมีวันที่สมองน้อยๆ ของเรา หมดหนทางสร้างงานหรือ สิ่งใหม่ๆ ได้ วันนี้มาดู 5 วิธีจุดติดไฟให้สมองของเรากัน เผื่อไอเดียใหม่ๆ จะเกิดขึ้นบ้าง จะได้ไม่ต้องนั่งปวดหัวคิดมากกันครับ

1. สร้างไอเดียจากการต่อยอดหรือดัดแปลง วิธีนี้เป็นวิธีที่นักธุรกิจ หรือ นักสร้างสรรค์ใช้กันบ่อย เรามีอะไรอยู่แล้วในมือ และจะปรับปรุงพัฒนา หรือเพิ่มค่ามันอย่างไร

ขอลองยกตัวอย่างกัน ซักหน่อยครับ Facebook สิ่งๆ นี้คือ Social Network online ขนาดยักษ์ของโลกจริงหรือไม่ ผู้คนเข้ามาสัมพันธ์วนเวียน แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทั้ง สาระ ไร้สาระ เรื่องทั่วไป เรื่องรักๆ ใคร่ และอีกมากมาย ทีนี้ ก็มีองค์กรคริสเตียน หัวใส หยิบเอา Facebook มาเป็นธีมในการ สร้างเครือข่ายของคริสเตียนขึ้นเพื่อน ประกาศศาสนาในแบบของเค้าโดยผ่านทั้ง0 Facebook และสร้างเว็บหน้าตาละม้ายกัน ได้ตั้งชื่อ Page ว่า Faithbook ถือว่าไม่เลวเลย เพราะได้กระแสมาพร้อมๆ กันด้วยเลย โดยงานแบบนี้ ผมเรียกว่าเป็นการ จับกระแสนะครับ ไม่ใช่ลอกเลียนแบบ และเป็นการดัดแปลงได้อย่างยอดเยี่ยมเลย แม้เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร แต่ก็เกาะกระแสองค์กรธุรกิจแบบนี้ก็เจ๋งนะครับ

มาดู Facebook  กับ  Faithbook กัน

ความคิดสร้างสรรค์ความคิด สร้างสรรค์
การต่อยอดความคิดนั้น เราไม่จำเป็นต้องเอาความคิด หรือไอเดียของคนอื่นมาต่อยอดนะครับเราก็สามารถนำ ไอเดียของเรามาต่อยอดให้ดีได้ด้วย 
ตัวอย่างที่ดีคือ เจ้าของ สาหร่าย "เถ้าแก่น้อย" คุณ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ (ต๊อบ)

ต่อยอดธุรกิจ

สรุปสั้นๆ ก็คือ ทีแรกเค้าทำธุรกิจ เฟรนชายเกาลัด แต่ได้นำ สาหร่ายทอดมาวางขาย ด้วยเป็นตัวเสริม แต่ดูแล้วสาหร่ายจะขายดีกว่า เขาก็ต่อยอดเอาสาหร่ายมาเป็นธุรกิจหลักแทน ครับ อยากอ่านเพิ่ม ที่นี่ครับ >>> http://www.manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9480000004118 ตอนนี้ GTH ก็นำไปทำหนังแล้วด้วย ติดตามชื่อเรื่อง ว่า วัยรุ่นพันล้าน สนใจก็เตรียมไปหาชมได้ครับ เห็นมั้ยครับ บางครั้งไอเดียก็อาจจะมาจาก ประสบการณ์ หรือ มันวิ่งเข้ามาหาเรา ขอแค่เรามองมันให้เป็นโอกาสเท่านั้นเองครับ


ผู้หญิงถึงผู้หญิง2. ไอเดียดีๆ บางครั้งก็อยู่ในกล่อง ไม่ได้หมายถึงกล่องกระดาษที่ปิดเทปกาวหรอกนะครับ กล่อง ที่กำลังพูดถึงคือ โทรทัศน์ จอคอมพิวเตอร์ จอภาพยนตร์ จอหนังกลางแปลง บลาๆๆๆๆ ความจริงก็คือเปิดรับสื่อครับ ลองชมหรือดูอย่างพินิจพิเคราะห์ดูซักหน่อย หรือบางครั้งเวลาดูเวลาเห็นผ่านๆ ตาแต่เกิดไอเดียก็อย่าลืมจดเอาไว้ ไอรายการที่บางครั้ง เราเองก็มองว่า ไร้สาระ บางทีก็ก่อให้เกิดไอเดียได้เหมือนกัน บางครั้งเวลาที่เรามัวแต่นั่งครุ่นคิดอยู่ที่โต๊ะ ลองผ่อนคลายอารมณ์และ หาน้ำเย็นๆ นั่งดูจอกล่องพวกนี้ดูบ้างครับ บางทีความคิดดีๆ ก็แล่นออกมาได้เหมือนกัน หรืออีกวิธีคือลอง เปิดช่องที่ไม่เคยดู หรือ รายการที่ไม่เคยสนใจดูบ้างบางครั้ง เราก็อาจได้พบอะไรใหม่ๆ ก็เป็นได้ ผู้ชายก็ลองดูรายการผู้หญิงบ้าง ส่วนผู้หญิงก็ลองดู แข่งรถ ชกมวยบ้าง ไม่แน่อาจจะมีอะไรดีๆ แว๊บมาในความคิด


ไอเดีย3. ออกไปมองฟ้าและดาวที่กว้างใหญ่ วลีนี้เป็นความจริงครับ อุดอู้อยู่ในห้อง หรือมัวจมอยู่กับตัสเองมากเกินไป บางครั้งก็ทำให้เราวนเวียนอยู่กับความคิดซ้ำๆ ซากๆ นะ ลองเดินออกไปหน้าปากซอยดูบ้าง ไปดูผู้คนเดินฉับๆ ไปยืนบนสะพานลอยดูรถสวนกันเวลากลางคืน หรือ ขึ้นดอยไปดูดาว หาร้านกาแฟจิบ อ่านนู้นอ่านนี้ บางครั้งเราก็จะเจอ สิ่งที่เรากำลังหาอยู่ก็ได้(ไม่ใช่เนื้อคู่นะ ผมหมายถึงความคิด) ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน ผมเคยคิดหาเงินรายได้เสริมซักหน่อย นั่งคิดอยู่นาน นั่งเสริทหาในเน็ตบ้างล่ะ คิดอยู่นานนมไอเดียก็พอมีนะครับ แต่วันนึ่งเดินไป ๆ ก็เกิดหิวครับ อยากกินข้าวซักหน่อย ก็ผ่านหน้าโรงเรียนพิเศษแห่งหนึ่ง มีลูกชิ้น มีน้ำขาย แต่ก็ไม่มีข้าว นึกอยากกินไข่เจียว นั่นแหละ พบความต้องการของตัวเองและผู้อื่นจนได้ ปิดเทอมนั้น ก็เลยขายไข่เจียวครับ เอารถ โฟล์ก ออกไปขาย ขายดีนะขอบอก กำไรเยอะเชียว บางทีมันก็ง่ายๆ แบบนี้แหละครับ แต่เราหามันไม่เจอเท่านั้นเอง Creative thinking บางทีก็เกิดได้ในบรรยากาศใหม่ๆ นะครับ

เด็ก สร้างสรรค์
4. ลองเปิดใจรับฟังไอเดียเด็กๆ ดูก็ดีเหมือนกัน เด็กๆ นั้นไร้เดียงสา ไม่มีประสบการณ์ ความคิดของเขาจึงเรียบง่ายไม่ซับซ้อน และบางครั้งเรื่องของความคิดก็เป็นแบบนั้น เรียบง่ายแต่ดี และทรงประสิทธิภาพ คำถามบางอย่าง หรือความคิดบางอย่างผู้ใหญ่ถูกตีกรอบไว้แล้ว ถามยังไงก็ตอบแทบจะเหมือนกันหมด แต่เด็กอาจจะตีความ และให้คำตอบคุณได้อย่างประหลาด และหลายๆ ครั้งไอเดียเหล่านั้นก็สุดบรรเจิค และสร้างสรรค์ได้อย่างเกิน ความคาดหมาย ความคิดของเด็กๆ นั้น ตจึงเป็นสิ่งมีค่า เป็นของใหม่เสมอ ต่างกับผู้ใหญ่ที่หลายครั้ง คิดแต่วิธีการ หรือ เรื่องเดิมๆ เก่าๆ


เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับ 4 วิธีเรียกความคิดสร้างสรรค์ ให้กับตัวคุณ หวังว่าคงจะถูกใจกันไม่มาก ก็ม๊ากมาก หุหุ เพราะเรา อยากให้คุณมีความคิดดีๆ เราจึงนำมาแบ่งปันกันครับ ลองทำตามได้ผลไม่ได้ผลยังไง ก็แชร์กันได้ครับ

ทำไมคน ชอบพูดคำว่า ทำไม? Why Why Why

งง          ทำไม ทำไม ทำไม !!!! 

          เรื่องชวนหัวหน้าคิดวันนี้ คือ ทำไม คนชอบพูดคำว่า ทำไม??? คนเราตอบสนองต่อความความสงสัย ด้วยวลีสั้นๆ ที่ว่า ทำไม เสมอๆ ลองคิดเล่นๆ ดูก็ได้ครับว่า ในหนึ่งวัน คุณเองพูดว่าทำไม ไปกี่ครั้ง ก่อนจะมานั่งพร่ำให้คุณอ่านผมก็ได้ไปทดสอบโดยการ ถามพี่ชายของผมไปว่า "พี่ๆ เวลาคนเราสงสัยอะไรคนเราจะทำยังไง?"

"ไม่รู้ ถามทำไม!!" คำตอบสั้นๆ ห้วนๆ ที่ไม่ได้ทำให้เกิดอะไรใหม่ในสังคม ก็ออกจากปากท่านพี่ของผม



ทำไม? = Why? 

          แล้วคุณละครับ เวลาที่จะคิด จะริเริ่ม สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ เคยเป็นแบบนี้บ้างรึเปล่า?
สิ่งสารพัด ในโลกนี้เกิดขึ้นมา คำว่าทำไม นั้นมีส่วนทำให้เกิดขึ้น แต่ คำว่าอย่างไร? น่าจะเป็นตัวผลักดันให้เกิดงานสร้างสรรค์ใหม่ๆ เสียมากกว่า

เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น
ทำไม
          มีอยู่ครั้งนึงผู้เขียนได้รับมอบหมายจากมูลนิธิที่ช่วยงานอยู่ให้ หาทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในวันพันธกิจ(คล้ายๆ วันเกิดโครงการอะไรประมาณนั้น) ก็ได้รับมอบหมายให้นำเด็กๆ ที่สอนอยู่ประดิษฐ์ของเล็กๆ น้อยๆ สำหรับขายหาทุน พอดูงบ ความคิดที่เกิดขึ้นครั้งแรกก็คือ โอ้ ทำไมงบเราน้อยจัง ได้งบมาน่าจะ 1000 ได้ แล้วเด็กก็หลายคนอยู่ และผู้เขียนเองสอนคอมพิวเตอร์ให้เด็กน้อย การจะทำสินค้าบางอย่างจากคอมก็ค่อนข้างยากอยู่(สำหรับเด็ก ป.4) โจทย์คือ ผลงานตามชมรมของเด็กๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์ พอคิดว่าจะ ทำการ์ดซักหน่อย ชมรมศิลปะก็จองไปซะแล้ว พอเปลี่ยนจะทำที่คั่นหนังสือ เด็กๆ ชมรมรักการอ่านก็สอยไอเดียไปก่อนซะแล้ว คำถามที่สองก็ตามมา ทำไมคิดยากจังคิดยังไงก็ซ้ำ คิดๆๆๆ ยังไงก็คิดไม่ออก พอดูงบประมาณ และคาดการณ์ กำไรที่ต้องได้แล้ว ก็เกิดคำถามในใจอีก ทำไมต้องหาเงินเยอะจัง เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผู้บริจาคน้อยลงไป ค่าอาหารกลางวัน หนูๆ ก็ขึ้น ค่าอื่นๆ อีก ขึ้นหมด แถมเงินบริจาคจาก USA เป็นเงินดอล โดนค่าเงินบาทแข็งเข้าไป งบประมาณขาดกระจุย ก็เลยต้องหาเยอะอยู่

          ผู้เขียนก็เลย ตั้งโจทย์ใหม่กับเด็กๆ ว่า
ทำไมงบน้อยจัง เปลี่ยนเป็น จะทำอย่างไรให้งบที่มีใช้ได้คุ้มค่าที่สุด
ทำไมคิดยากจังคิดยังไงก็ซ้ำ เปลี่ยนเป็น จะสร้างความแตกต่างอย่างไร?
ทำไมต้องหาเงินเยอะจัง เปลี่ยนเป็น ทำอย่างไรที่จะลกต้นทุน และเพิ่มกำไรจาการขายของที่ระลึกได้?

          คำว่า ทำไม ทำไม ทำไม จะทำให้เรามองที่ปัญหา ย้ำๆ ซ้ำๆ อยู่อย่างงั้น และไม่ก่อให้เกิดวิธีการแก้ปัญหา จะต่างกับคำว่า อย่างไร? หรือ How ซึ่งจะนำไปสู่การคิดต่อยอด ความคิดสร้างสรรค์ได้

ในที่สุด ก็ปิ้งไอเดียทำปฎิทิน น้องในชมรมคนหนึ่งก็บอกขึ้นมา เราวาดรูปได้ เราอยากวาดรูป ผู้เขียนจึงให้วาดรูปลงในกระดาษนั่นแหละ แล้ว สแกนใส่คอม และให้เด็กๆ ตกแต่งรูปง่ายๆ ด้วย โปรแกรมโฟโตช็อป และนำภาพนั้นไปทำปฎิทินไม้สวยงาม ผลงานจึงโดดเด่น และขายได้กำไร เท่าตัวจากที่ลงทุนไปวันนี้เอารูปมาให้ดูด้วย

ปฎิทิน สร้างสรรค์
รูปตัวอย่างผลงาน ฝีมือเด็กๆ ชมรมทำ


ตัวอย่างที่ดี ของคำว่า ทำไม และอย่างไร?

เมื่อนานมาแล้ว มีเด็กชาย ที่ชื่อว่า ไอแซก นิวตัน ชอบไปแอบนอนหลับใต้ต้น แอ๊ปเปิ้ล เป็นประจำทุกๆ บ่าย วันหนึ่ง บังเอิญว่า ต้นแอ๊ปเปิ้ลนั้น โตเต็มที่และกำลังออกผล ผลที่สุกก็ หล่นตุ๊บ ใส่กลางกระบาน เด็กชายไอแซค นิวตัน จนสะดุ้งตื่น เด็กชายไอแซก ก็ ตัดพ้อ ต้นไม้นั้นว่า

"คุณต้นไม้นี่นะ ใจร้ายจัง ...ทำไมต้องทิ้งแอ๊ปเปิ้ลใส่หัว หนูด้วย"

"..." ต้นไม้ไม่ตอบอะไร แต่ทิ้งแอ๊ปเปิ้ลอีกลูกลงกลาง หัว เจ้าเด็กน้อยอีกครั้ง

"โอ้ย!!! ทำไมต้องตกลงมาตรงนี้ด้วย!!!" เด็กน้อยตะโกนต่อว่า

"..." ต้นไม้ก็ยัง ไม่ตอบอะไร สุดท้ายเด็กน้อย มองขึ้นไป เห็นแอ๊ปเปิ้ล อีกลูกกำลังจะตกลงมา เด็กน้อยจึง
หลบได้ และเริ่มเกิดความคิดใหม่ๆ ว่า มันตกลงมาได้อย่างไร?

เด็กน้อย เห็นว่า ของที่ตกลงมาเวลาตกจะตกลงมา จากข้างบนสู่พื้น ในทิศทางตรง เด็กน้อยเรียกกระบวนการนี้ว่า แรงดึงดูดของโลก


สำหรับคนที่กำลังท้อแท้สิ้นหวัง นะครับ ถ้า เรามัวตัดพ้อต่อว่า โชคชะตา ว่า

ทำไมชีวิตฉันถึงแย่แบบนี้
ทำไมลูกๆ ถึงทะเลาะกัน
ทำไมมันถึงไม่เป็นอย่างี้
ทำไมถึงไม่เป็นอย่างงั้น
...ทำไมถึงทำกับฉันได้

ลองเปลี่ยนคำว่า ทำไม เป็นคำว่าอย่างไร? กันดีกว่า ทำอย่างไรชีวิตฉันถึงจะดีขึ้น ทำอย่างไรลูกๆ จะรักกัน ทำอย่างนั้น ทำอย่างนี้ ก็จะดูมีความหวังกว่า พร่ำๆ บ่นๆ ทำไมๆๆๆ นะครับ ทำไมจะบอกเราถึงสาเหตุ ส่วนทำอย่างไร? จะบอกถึงการแก้ปัญหา


"แค่เปลี่ยนความ...คิดชีวิตก็เปลี่ยน" จริงๆ นะครับ ^^


เขียนโดย พีระพัฒน์ โตวรกุล



วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

กรุณาฟังฮาจ่ม เพลง แปลกๆ ฮาๆ คิดได้ไง


เพลง แปลง แปลกๆ ฟังแล้ว หายเครียด กรุณาฟังฮาจ่ม ขำๆ(ภาษาเหนือ)


วันนี้ Too many think ขอเสนอคลิป ขำๆ สุดตลก ครับ วันนี้มีโอกาสได้ฟังเพลงๆ นึง เป็นเพลงแปลงที่มี เนื้อโดนใจมากๆเลย ชื่อว่าเพลง กรุณาฟังฮาจ่ม เป็น คำเมืองภาษาเหนือ ครับ แต่คิดว่า น่าจะพอฟังกันออก เนื้อความ ก็ประมาณว่า สามี(ผัว) คนนึงคอยรับใช้ภรรยา(เมีย) อย่างไม่เคยบ่นปริปากซักคำ สุดท้ายด้วยความอดกลั้นจะถึงที่สุด อาการคิดเยอะก็เลย ปรี๊ดแตก ร้อง บ่นออกมาเป็นเพลง งานนี้ก็เลย มีงอน กันอะไรประมาณนั้นเลย เพลงสนุก ฟัง ขำๆ ครับ เป็นเพลงแปลกๆ ที่อยากจะให้ลองฟังกัน เพลง ฟังฮาจ่ม จาก Mr.Hotpot ครับ คิดได้ไง ^^ 

ของขวัญแปลกๆ แปลกดีไม่เหมือนใคร!!~


ความคิดสร้างสรรค์ กับของขวัญแปลกๆ
Too many think วันนี้ ขอเสนอ ของขวัญล้ำๆ สวยงามแปลกตาครับ สุดยอด ความคิดสร้างสรรค์ ของวันนี้เกิดขึ้นเพราะ เรื่องมันมีอยู่ว่าขณะที่ผม กำลัง search ดูวีดีโอ สัตว์แปลกๆ ครับ เพราะมี FW Mail มาถึงเป็นเรื่องสัตว์แปลกๆ แต่ เสริทไปเสริทมา ไม่รู้พิมอะไรผิด ก็เลยไปเจอของแปลก เป็นของขวัญที่แม่ค้าของวัญเค้าโพสไว้ในเว็บบอร์ดเว็บนึงครับ ก็เลยถือโอกาสเอามาให้ดูว่ามันก็แปลกๆ ดี แถมของขวัญบางชิ้น ดูดี ดูเก๋ครับ อย่างเช่น ที่ทำย้ำแข็งรูปกีตาร์นี่ เท่ ชะมัดยากเลยครับ ดูกันเพลินๆ ไม่ต้องใช้ความคิดมากนะครับ อิอิ

ชิ้นนี้เป็น นาฬิกาวิ่งได้ครับ เห็นมั้ยเอ่ยว่ามันมีล้อ สงสัยว่าเวลาปลุก แล้วมันจะวิ่งไปทั่วห้องให้เรากดไม่ได้แน่ๆ เลย กว่าจะกดหยุดมันได้ก็คงตื่นเต็มตาแล้ว แหละนะ


อันนี้เป็นโมเดลใส่รูป Super Star (เค้าว่าอย่างงั้ยนะครับ) ที่แน่ๆ มีเจม บอร์นกับ มาลินริน มอนโรว์

นี่เป็นเจ้าตัวน่าชังครับ หมีแพนด้า สุดที่รักของคนไทยเวลานี้(หมีแพนด้าจะกลายเป็นสัตว์คู่ชาติอยู่แล้ว)


เค้าว่ากันว่า แก้วนี้ บอกอุณหภูมิได้ครับ ฮ่าๆๆๆๆ



ส่วนอันนี้ผมว่าน่าสนใจครับ ถาดทำน้ำแข็งรูปกีตาร์ เท่ไม่หยอกเลยทีเดียว


ก็เป็น ของขวัญแปลกๆ ที่ดูดีดูเท่ หลากหลายชิ้นนะครับ ก็นำมาให้ดู ประดับสมองครับ แวะไปเจอมาก็เลยเก็บมาฝากกัน
ของขวัญเดี๋ยวนี้ก็มีแปลกๆ อีกเยอะเลยครับคนเรานี่ช่างค้น ช่างสรรหาจริงๆ ความคิดสร้างสรรค์เยอะ เลยว่ามั้ยครับ ? ^^


ที่มามาจากลิงค์นี้นะครับ :::http://www.overclockzone.com/forums/showthread.php/589200





วันพุธที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2554

ความคิดสร้างสรรค์ คือ อะไร??? ใครก็ได้ช่วยบอกที

What is Creative thinking?                                                             


วิธีการสร้างองค์ความรู้ความคิดในโลกนี้ มี ด้วยกัน 3 แบบ

1.คิดแต่เรื่องเดิมเดิม เรียก คิดตาม เคยทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น
2.คิดแต่เรื่องใหม่ๆ เรียก คิดต่าง ใครเขาทำอะไร อย่าไปทำอย่างนั้น
3.คิดว่าจะนำเรื่องเดิมมาเพิ่มเติมให้ดีขึ้นได้อย่างไร? เรา เรียก คิดต่อยอด

3 ความคิดนี้ดี ทุกแบบ การคิดตาม ทำให้เกิด วัฒนธรรมอันดี คิดต่างทำให้เกิด นวัตกรรมใหม่ๆ คิดต่อยอดทำให้ เกิดการผสมผสานและทวีคูณความรู้

หาก คิดแต่เรื่องเดิมๆ ก็ไม่เกิดสิ่งใหม่ หาก คิดเรื่องไม่ คิดต่างแต่ไม่เป็นประโยชน์ ก็ไม่สร้างสรรค์ 


เกริ่นมาซะยาว และความคิดสร้างสรรค์ละ??? อยู่ตรงไหน???
อยู่ตรงนี้ >>>> ความคิดสร้างสรรค์(Creative thinking)

ดังนั้น ความคิดสร้างสรรค์ คือ "ความคิดอันเกิดจากกระบวนการคิดของมนุษย์ที่เป็นผลจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์จนเกิดเป็นความรู้ หรือสิ่งใหม่ ที่แตกต่างจากเดิมและสามารถก่อให้เกิดประโยชน์จากการนำความคิดนั้นไปใช้คิดค้นและสร้างสิ่งใหม่ได้" (พีระพัฒน์ โตวรกุล)

คิดสร้างสรรค์หรือ

"ความคิดสร้างสรรค์ คือ กระบวนการคิดของสมองซึ่งมีความสามารถในการคิดได้หลากหลายและแปลกใหม่จากเดิม โดยสามารถนำไปประยุกต์ทฤษฎี หรือหลักการได้อย่างรอบคอบและมีความถูกต้อง จนนำไปสู่การคิดค้นและสร้างสิ่งประดิษฐ์ที่แปลกใหม่หรือรูปแบบความคิดใหม่..."   (สุพัตรา ทาวงศ์)







คำว่าความคิดสร้างสรรค์ มาจาก 2 คำว่า

คำว่าสร้าง = ก่อให้เกิดสิ่งใหม่
+
คำว่าสรรค์ = ก็แปลว่า สร้างเหมือนกัน

สร้างสรรค์ เป็นคำซ้อน แปลว่า สร้างให้เกิดสิ่งใหม่ พ้องเสียงกับคำว่า สรร ที่แปลว่า "สรร" ซึ่งแปลว่า  เลือก, หา 
ซึ่ง กลายเป็นคำว่า สรรสร้าง นั่นเอง

วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

มีมั้ย??...วิธีไม่คิดมาก

ความคิดนี่เป็นกระบวนการที่ว่องไวมากเลยนะครับ

เราตอบสนองกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยความคิดแบบไหนนั้น ก็เพราะกระบวนการดังต่อไปนี้ - ทันทีที่ ประสาทสัมผัส(หู ตา จมูก ปาก กายสัมผัส) รับรู้สิ่งเร้า...ก็จะแปลความหมาย แล้วส่งไปตามเส้นประสาท เข้าสู่สมอง สมองก็ตีความออกมา เป็นความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อสิ่งต่างๆ ที่ได้สัมผัสนั้น ซะแล้ว ถ้าเป็นความรู้สึกร้อน-เย็น, เหม็น-หอม นี่ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเรื่อง ที่ปวดหัวคนเรา ก็เพราะหัวกะบาลมันตีความตาม ทัศนะคติและประสบการณ์ ออกเป็นเรื่องที่คิดมากเกินไป แล้วจะแก้ได้ยังไง นี้เป็นการตอบสนองต่อสิ่งเร้าเท่านั้น ความคิดยังเกิดจากประสบการณ์เบื้องหลังอีก และหลายครั้งเกิดจาก Stereotypes หรือ การคิดแบบตายตัวอีก เช่น ฝรั่งรวย คนแขกตัวเหม็น คนใต้ดุ เขยไทยขี้เกียจ พวกนี้มันความคิดที่ตีตรา ลวงโลกทั้งนั้นเลย

           มีมั้ย??...วิธีไม่คิดมาก คุณเคยมั้ยที่มีอาการคิดมากไปเอง ...เช่น คุณได้ร่วมงานกับคนแปลกหน้า ขณะที่พบกันครั้งแรก คุณจับมือกับเขา แล้ว สบตากัน ดวงตาของคุณสังเกตเห็นว่า เขา ยิ้มที่มุมปากอย่างไม่เป็นมิตร ดวงตา ส่ง ข้อความ ไปตีความที่สมองเรียบร้อยแล้ว คุณรู้สึกไม่สบายใจ และคิดว่า คนๆ นี้ อาจไม่น่าไว้ใจ อึดอัดมากทำงานกับเค้าตั้งนานสุดท้าย เค้าก็แค่คน หน้าดุคนนึง คิดมากจนจะกลายเป็นโรคคิดมากกันไปอยู่แล้วคนสมัยนี้

           หรือ คุณโทรไปหาแฟน เธอพูดห้วนกับคุณ อย่างที่คุณไม่คุ้น คุณได้ฟัง และรู้สึกว่าเธอเปลี่ยนไป??? แต่ความจริง  คุณโทรไปขณะที่เธอกำลังยุ่ง หรือคุณอ่านข่าว น้ำแข็งขั้วโลกละลาย คุณนั่งกังวล 3 วัน 7 วัน ว่าโลกกำลังจะถึงกาลอวสานจนทำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง???

          มีคำถาม ถามกันบ่อย ทำไงดี ผมเป็นคนคิดมาก
คำถาม ที่ คนคิดมากควร ถามตัวเองกลับก็คือ คุณคิดมากทุกเรื่องรึเปล่า หรือบางเรื่อง ครับ

          สำหรับคนชอบคิดมาก และหาวิธีไม่คิดมากนั้น ผมอยากบอกว่า ทำไมได้หรอกครับ

          เพราะอะไร เพราะยิ่งคุณๆ ไม่อยากคิด คุณก็จะยิ่งคิดครับ มันจะมีอะไรต่อมิอะไร พุ่งออกมาจากหัวสมองเยอะไปหมด ภายในไม่กี่วินานาที เช่น ทำไงดีฉันคิดมากไป ทำยังไงให้คิดน้อยลงนะ มันต้องมีวิธีสิ หาในอินเตอร์เน็ตจะมีมั้ย เอ๊ะ เคยอ่านเจอในหนังสือเค้าบอกว่า...บลาๆๆๆ นั่นไงครับ ยิ่งคิดยิ่งมาเยอะ ความคิดคนเรานี่ก็แปลก

วันนี้ เราจะ มาเสนอ วิธี คิดเท่าเดิม แต่เพิ่มประสิทธิภาพกันครับ 

1. คิดบวกดูดี และสบายใจ 
          ลองเปลี่ยนจากคำว่า  คิดมาก...วิตก...สับสน   มาเป็น    คิดเยอะ ...วิเคราะห์ ...สร้างสรรค์

คำ 2 ชุดนี้แตกต่างกันอย่างไรครับ ชุด ที่ 1 เป็นคำด้านลบ ฟัง แล้ว ดูหดหู่ ห่อเหี่ยวเหมือนเกี๊ยวซ่า แช่น้ำซุป ส่วนอีกชุด ความหมายคล้ายกัน มีบางคำที่สะกดด้วยอักษรใกล้เคียง แต่ฟังแล้วสดชื่นกว่ากัน เหตุการณ์เดิมครับ แต่เป็นด้านความคิดสร้างสรรค์ ในอีกมุมมอง ทุกอย่างไม่ได้มีแค่ด้านเดียวครับลองมองต่างมุมดูครับ

ดังนั้นไม่ว่าเจอสถานะการณ์ใดๆ ให้คุณๆ เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อ สถานะการณ์นั้นครับ เชื่อเถอะครับถ้าเรามองมันเสียใหม่อะไรๆ ก็จะดีขึ้นครับ

ตัวอย่างที่ดี ::: คือ สตีป จ๊อบ เจ้าแห่งนวตกรรม แบรนด์ APPLE นั้นแหละครับ เค้าก่อนตั้ง บริษัท APPLE Inc. ตั้งแต่ยังอยู่วัยเรียน ดูแลจนกิจการเติบโต วันหนึ่งได้ตัดสินใจเพิ่มทุนโดยการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ และเมื่อเข้าตลาด ก็มีผู้ถือหุ้น และ เขาก็ได้รับแต่งตั้งเป็น CEO บริหารบริษัทซึ่งเขาก่อตั้ง แต่วันหนึ่ง เขาถูก ไล่ออกจากบริษัท ของตัวเอง ในที่สุดเขาก็ คิดมาก...วิตก...สับสน  จิตตกไปครับสุดท้ายเขาก็ ยืนหยัดใหม่โดยเห็นว่าเป็นโอกาสที่จะสร้างอะไรใหม่ๆ เขาจึงตั้งบริษัท PIXAR (ที่ทำการ์ตูน 3D นั่นแหละครับ) ขึ้นมา และสุดท้ายก็ตั้งตัวได้ใหม่ และได้กลับเข้ามา บริหาร APPLE อีก และ ทำให้เกิดอะไรต่อมิอะไรดีๆ ให้คนทั้งโลกได้ใช้ จากความคิดที่ คิดเยอะ ...วิเคราะห์ ...สร้างสรรค์ ของเขานั่นเอง

"อย่าพยายามคิดในสิ่งที่จะทำร้ายตัวคุณเอง จงเอาเวลาที่คิดสิ่งนั้นไปคิดในสิ่งที่ดีกว่า และเกิดประโยชน์กว่า แค่เปลี่ยนวิธีการคิดชีวิตก็เปลี่ยน"


2. เบนเข็มความคิดออกจากความคิดเดิมๆ ที่ซ้ำเติมคุณอยู่
           คนที่จมอยู่กับความคิดเก่าๆ ไม่สามารถสลัด ความกังวลออกไปได้ สุดท้ายจะมีสภาพไม่ต่างจาก การจมปลักโคลนแห่งความท้อแท้ใจ อย่ามัวปล่อยตัวปล่อยเวลาเวียนว่ายอยู่ในบ่อโคลนเน่าๆ นั้นครับ ลองหากิจกรรม อื่นๆ ทำ หรือโฟกัสไปที่ สิ่งที่มีประโยชน์

- ลองหา คนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ และหากิจกรรมทำร่วมกับเขา
- หากิจกรรมที่ทำแล้วผ่อนคลาย เช่น เดินเล่น อ่านหนังสือ
- เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ การทำสิ่งใหม่ๆ จะทำให้ ชีวิตสดชื่น คุณจะโฟกัสที่มัน และ ตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ๆ เหล่านั้นมากกว่า

3. อย่าหาคนรับผิดชอบความคิดของคุณ!!
            หลายคนตกเป็นจำเลยความคิดของตัวเอง หรือไม่ก็พยายามหา แพะ มารับบาป เช่น เพราะเธอทำแบบนี้บ่อยๆ ฉันจึงอารมณ์เสีย เป็นความผิดของเขา หรือ เป็นเพราะโชคชะตาฟ้าดิน แต่ให้ทำความเข้าใจเบื้องหลังของบุคคล ที่ทำให้เขาหรือเธอ หรืออะไรก็ตาม ที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ โดยไม่พุ่งเป้าที่ตัวบุคคล และคุณเองเท่านั้นที่จะต้องเป็นฝ่ายจัดการกับความคิดของคุณ ไม่ใช่คุณโทษตัวเอง แต่ให้คุณทำใจให้กว้างและปล่อยวางต่างหาก


อย่างไรก็ดีครับ ความคิดเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ง่าย แต่เป็นเรื่องที่บริหารกันได้ "ความสุขหรือความทุกข์ห่างกันแค่เส้นกั้นบางๆ ก็คือเส้นกั้นทางความคิดนี่แหละครับ" 


ไม่อย่างงั้น โบราณท่านจะว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจอย่างนั้นเหรอครับ คิดดีมีความสุข ก็สุขแท้เหมือนสวรรค์ คิดมากวุ่นวายพันลวัน ก็เหมือนฝันว่าตกนรกอยู่ร่ำไป เลิกคิดมาก และมาคิดเยอะในสิ่งที่สร้างสรรค์กันดีกว่าครับ ^^

บทความที่ได้รับความนิยม